• แอดมินแก้ว

รีวิว Honor Magic4 Pro | Flagship สุดจัดจ้านจาก Honor ที่ยิ่งใช้ ยิ่งเหมือนโดนสะกด

สวัสดีครับทุกคน กลับมาเจอกับแก้ว และ Smartphone จากทาง Honor กันอีกครั้งนะครับ หลังจากที่ ยอดขายถล่มทลายไปกับ Honor 70 ที่เน้นความคุ้มค่า รอบนี้มาจัดหนัก เจอกับรุ่น Flagship อย่าง Honor Magic4 Pro กันบ้างครับ ซึ่งต้องบอกเลยว่า ไม่ได้มาเล่น ๆ สู้กับ Flagship จากทุกแบรนด์ที่เปิดตัวมาในปีนี้ ได้อย่าง สมศักดิ์ศรี จะน่าใช้ขนาดไหน ? ไปชมรีวิวกันครับ

SPECIFICATION
  • Body Dimensions : 163.6 x 74.7 x 9.1mm

  • Weight : 209 g

  • Display : LTPO OLED 6.81 inch | 2K | Refresh Rate 120Hz

  • Chipset : Snapdragon 8 Gen 1

  • RAM : 8GB (LPDDR5) | ROM : 256GB

  • Stereo Speakers | Under Screen Fingerprint | IP68

  • WiFi 6 | Bluetooth 5.2

  • Battery 4600 mAh | SuperCharge 100W

  • Operation System Magic UI 6.0 base on Android 12

WHAT'S IN THE BOX : อุปกรณ์ภายในกล่อง
  • - เครื่อง Honor Magic4 Pro

  • - 100W Adapter Charge | USB-C Cable

  • - Protection Case Transparent

  • - Protection Film

  • - Sim Card Ejector

  • - Manual Guide

DESIGN : การออกแบบ

มาเริ่มกันที่งานออกแบบของตัวเครื่อง Honor Magic4 Pro ตัวนี้กันเลยครับ แค่ชั่วพริบตาที่ได้เห็นก็สัมผัสได้ถึง DNA งานออกแบบที่คุ้นเคย จาก Mate Series ใน แบรนด์พี่แบรนด์น้องของ Honor ที่เป็นลักษณะ Module กล้องแบบ วงกลมแบบนี้ สีของตัวเครื่องที่แก้วได้มาจะเป็นสีฟ้า Cyan ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว แก้วชอบสีนี้มากกว่าสีดำนะ

นอกจากการจัดวางสิ่งต่าง ๆ ทั้งเลนส์กล้อง และตัวหนังสือต่าง ๆ ที่ค่อนข้างจะ Symmetry เข้ากันทั้งสองข้างแล้ว ความนูนขึ้นมาของ Module กล้องนั้น ถือว่า น้อยกว่าที่คาดไว้พอสมควร ในปีนี้ มี Smartphone หลายแบรนด์ที่ใช้งานออกแบบในลักษณะแบบนี้ แล้ว Module กล้องนูนกว่านี้มาก

ตัวเครื่องที่มีขนาดใหญ่ และมีความหนาที่มากพอสมควร ทำให้ Honor Magic4 Pro ไม่ใช่ Smartphone ที่เพรียวบาง น้ำหนักเบา ด้วยความหนา 9.1mm และน้ำหนัก 210g แต่ให้ความรู้สึกเวลาจับถือ ได้กระชับมือ กระจายน้ำหนักตัวเครื่องได้ค่อนข้างดี ถือใช้งานนาน ๆ แล้วไม่เมื่อย แต่เวลาพกใส่กระเป๋ากางเกง ให้ความรู้สึก ถ่วง ๆ ได้เหมือนกัน

Frame ของตัวเครื่อง เป็น Aluminum ในรูปแบบของ การขัดเงา ส่วนของฝาหลังเป็นกระจก ซึ่งทั้ง 2 ส่วนนี้ สามารถจะขึ้นรอยนิ้วมือได้ง่ายอยู่สมพอควร เวลาใช้งานก็ ใส่ Case จะช่วยได้เยอะครับ

บริเวณด้านล่างของตัวเครื่อง ก็คล้าย ๆ กับ Smartphone Flagship ทั่วไป มี Port USB-C | ช่องใส่ Sim Card | ช่องไมโครโฟน | Stereo Speaker

ในส่วนของด้านบนนั้น เป็นจุดที่แก้วค่อนข้างชอบ เพราะตำแหน่งของลำโพง Stereo ตัวบนนั้น อยู่ตรงกลาง ทำให้เวลาจับ Smartphone ในแนวนอนเวลาที่ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมนั้น นิ้วจะไม่ไปบังช่องลำโพงครับ นอกจากนั้นก็มี ช่องไมโครโฟน และ IR Blaster

DISPLAY : หน้าจอแสดงผล

มาต่อกันที่เรื่องของหน้าจอแสดงผล ของ Honor Magic4 Pro กันครับ ขนาดหน้าจอใหญ่เต็มไม้เต็มมือ เต็มตา ดีจริง ๆ ที่ 6.81 นิ้ว แบบ Curved Display ใช้ Panel แบบ LTPO OLED ความละเอียด 2K ขอบเขตแบบ 1B Colors รองรับ HDR 10+ และมีค่า Refresh Rate ที่ 120Hz ก็เรียกได้ว่า สุดตารางของนวัตกรรมจอภาพในปีนี้ นี่แหละ

ขอบสีดำของตัวเครื่องนั้น จะหนา แค่เฉพาะในส่วน ด้านบน ด้านล่าง และ 4 มุมของหน้าจอ ส่วนบริเวณด้านข้างนั้น ค่อนข้างที่จะบางทีเดียว ไม่กวนสายตาเราเวลาใช้งานแน่นอน บริเวณด้านบนซ้ายของหน้าจอ จะเป็นที่อยู่ของกล้องหน้า และ Sensor แบบ TOF 3D ซึ่งคนที่เคยใช้ Smartphone ที่มีกล้องหน้า 2 ตัวมาก่อน ก็จะชินกับติ่งดำ ๆ ตรงนี้ได้ไม่ยาก เพราะเอาจริง ๆ มันก็ไม่ได้ใหญ่อะไรขนาดนั้น

คุณภาพในการแสดงผล อยู่ในระดับที่ไร้ที่ติ แสงหน้าจอที่สว่าง Contrast สวย สีสันรายละเอียดดี สามารถใช้งานด้าน Entertainment ได้จุใจแน่นอน เพราะด้วยขนาดหน้าจอ 6.81 นิ้ว อีกนิดหนึ่งก็จะเป็น Tablet แล้ว ดู Netflix ได้ที่ L1 และ App Streaming อื่น ๆ ได้ความละเอียดสูงสุดเลยครับ

การใช้งานนอกบ้านในเวลาที่แสง Ambience ภายนอกค่อนข้างแรง หน้าจอตัวนี้มีความสว่างสูงสุดอยู่ที่ 1,000nits ซึ่งเมื่อเทียบกับ Flagship หลาย ๆ ตัวในปีนี้ ก็ถือว่า ด้อยกว่าอยู่เล็กน้อย ตามตัวเลข แต่ในการใช้งานจริง ความต่างที่มีนั้น เล็กน้อยมากครับ ยังใช้งานได้ดี เห็นสิ่งที่อยู่ในหน้าจอได้ชัดเจน

CAMERA : กล้องถ่ายภาพ

มาถึงจุดที่หลายคนรอจะดูกันแล้วนะครับ นั่นก็คือ เรื่องของกล้องถ่ายภาพนั่นเองครับ ชุดกล้องหลังของ Honor Magic4 Pro ตัวนี้ เรียกได้ว่า เป็น Prime Lenses ทั้งหมดเลย เพราะแต่ละตัวใช้ Sensor ที่มีความละเอียดภาพสูง ดังนี้ครับ

  • - Main Camera 50MP | IMX766 | f/1.8

  • - Ultra Wide Angle 50MP | องศาการรับภาพ 122 ํ | f/2.2

  • - Telephoto 64MP | ระยะ 3.5x ( 90mm ) | f/2.0 | OIS

และ กล้องหน้าความละเอียด 12MP แบบ Ultra Wide พร้อมกับ Sensor TOF 3D เช่นเดียวกัน

MAIN CAMERA : กล้องหลัก 50MP | IM766

ถึงแม้ว่า Honor Magic 4 Pro เครื่องนี้ จะใช้ Sensor กล้องหลักแบบ สหกรณ์ หรือ IMX766 ที่อยู่ใน Smartphone หลากหลายระดับ ตั้งแต่ Midrange ไปจนถึง Flagship แต่ต้องบอกว่า Character ของภาพที่ได้ และคุณภาพไฟล์ ก็คือ ลืม IMX766 ใน ระดับกลาง และ Flagship บางรุ่นไปได้เลย มาโหดจริง

สิ่งที่แก้วชอบมากที่สุดในกล้องหลักตัวนี้ คือ Character ของภาพที่ได้ครับ ตัวกล้องพยายามรักษา Texture ของไฟล์ภาพให้ดูเป็นธรรมชาติมาก เติม Sharpness และ Clarity มาในปริมาณที่พอเหมาะ พอเจาะ ไม่เยอะจนภาพดูแข็ง และโทนสีของภาพ ที่ให้ความ Bright สดใส แต่ไม่ถึงขนาดว่า มันดูเกินจริง

อีกหนึ่งจุดที่แก้วว่า Honor Magic4 Pro ตัวนี้ทำได้ดี คือ Dynamic Range ด้วยความที่ Base Sensor มันเป็น IMX766 มันการันตีได้ระดับหนึ่งว่า Dynamic Range ของตัว Sensor มันดีพอสมควรแล้ว แต่ได้ Software HDR ที่ค่อนข้างฉลาด เราจะเห็นได้ว่า ส่วน Highlight ของภาพจะถูกกดลงพอสมควร เพื่อให้ได้ Detail กลับมา และเติมแสงในส่วน Shadow เพียงเล็กน้อย ไม่ให้ ส่วนมืดของภาพมันดำสนิท นอกนั้นก็ปล่อยตามปกติเลย ภาพมันเลยยังดูเป็นธรรมชาติอยู่

ใครที่ชอบถ่ายภาพแบบย้อนแสง บ่อย ๆ Software HDR ของ Honor Magic4 Pro นั้น อยู่ในระดับที่ไว้ใจได้ในทุก ๆ สภาพแสงเลยก็ว่าได้ มันจะมีการเติมแสงในส่วน Shadow มาในระดับที่พอดี และไม่ได้พยายามกด ส่วนของ Highlight ลงไปมาก

ในส่วนของ Depth of field ของตัวกล้อง หรือ ความสามารถในการละลายฉากหลัง แบบ Optical นั้น ที่กล้องหลัก จริง ๆ แล้ว ขนาด Sensor และ ค่า f/stop ของตัวเลนส์ อยู่ในระดับที่ตามมาตราฐานของ Flagship แต่ด้วย ระยะโฟกัสใกล้สุดมันใกล้มาก ๆ ทำให้ การถ่าย Macro Shot เน้น เบลอฉากหลัง ทำได้ง่ายมาก

ถึงแม้ว่าใน Honor Magic4 Pro นั้น จะมีกล้อง Telephoto 3.5x ที่คุณภาพสูงมาก ๆ มาให้ แต่ในบางโอกาส การ Crop on sensor 2x ที่กล้องหลักนั้น ก็ยังสามารถช่วยให้เรา Re-compose และ ลด Perspective บวม ๆ จากกล้องหลัก ลงไปได้เยอะ และได้ Depth of field ที่สวยด้วยนะ

PORTRAIT PHOTOGRAPHY : การถ่ายภาพบุคคล

สำหรับการถ่ายภาพ Portrait ใน Honor Magic4 Pro นั้น ตัว Software ไม่ได้มีลูกเล่นอะไรหวือหวามากนัก มีให้เราปรับได้เพียงแค่ ระยะในการถ่ายภาพ ว่าจะเป็น 1x หรือ 2x การปรับระดับ Beauty Mode และ และ เปิด - ปิด การเบลอฉากหลังแบบที่เราปรับระดับไม่ได้เลย ก็คือ TOF 3D มันจะคิดให้เราหมดเลย

แล้วผลลัพท์ที่ได้ล่ะ มันเป็นยังไงบ้าง ? และอย่างที่เราได้เห็นกัน ว่า Sensor TOF 3D นั้น ไม่ได้ใส่มาให้มันเต็ม ๆ หรือ ใส่มาแค่เอาหล่อ เพราะการตัดขอบคือ สุดจริงอะไรจริง เห็นผมเป็นเส้น ๆ เลย นอกเหนือจากนั้น เม็ด Bokeh ก็ไม่ได้ขึ้น สะเปะสะปะ ตำแหน่งที่ขึ้นดูมีความสมจริงใกล้เคียงกับกล้องจริง ๆ พอสมควรเลย

ตัว TOF 3D ที่ช่วยในการวัดระยะนั้น นอกเหนือจากเรื่องของการตัดขอบที่แม่นยำใช้ได้แล้ว ในเรื่องของการวัดระยะของฉากหน้า ฉากหลัง แล้วจำลอง Depth of field ขึ้นมาให้เหมาะสมกับ Scene นั้น เป็นจุดที่ค่อนข้างน่าพอใจมากทีเดียวครับ

ด้วยความที่การถ่ายภาพ Portrait ในระยะ 2x นั้น เป็นการ Crop on Sensor ทำให้คุณภาพของไฟล์ภาพ อาจจะมี Drop ลงไปบ้าง ซึ่งอันนี้แก้วแปลกใจ ทำไมถึงไม่ให้ถ่ายภาพ Portrait ด้วยเลนส์ระยะ 3.5x แทน

ในส่วนของ Skintone และ Beauty Mode อันนี้ Character ค่อนข้างคล้ายกับ Honor 70 ก็คือ เราไม่จำเป็นจะต้องเปิด Beauty Mode มาก สักระดับ 3-4 คือ ถือว่าเยอะแล้ว อย่างภาพที่แก้วถ่ายมาโดยส่วนใหญ่จะเปิดไว้ที่ 4 เราจะเห็นว่า รูขุมขนนี่แทบจะไม่เหลือแล้วครับ

สำหรับการถ่ายภาพ Portrait ในช่วงเวลาที่แสงน้อย และ มีสภาพแสงที่ Complicate เช่น ทั้งย้อนแสง และ แสงน้อยด้วย ในเรื่องของการตัดขอบ และความเป็นธรรมชาติของภาพ Portrait คือ มันยังคงทำได้ดีอยู่ แต่ถ้าสังเกตดี ๆ ส่วนที่เป็นส่วน Shadow ในภาพ จะมี Noise เกิดขึ้นมาบ้างแล้ว เหมือนกับว่า Noise Reduction ไม่ทำงานเวลาเจอสภาพแสงแบบนี้

แต่ถ้าเกิดเราถ่ายภาพในที่แสงน้อย แต่ว่าสภาพแสงไม่ได้ซับซ้อนมากนัก เราจะเห็นว่า Software Noise Reduction ก็ทำงานตามปกติครับ จัดการ Noise ได้ค่อนข้างดีมากที่เดียว

ULTRA WIDE ANGLE : กล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP

ถ้าให้แก้วพูดถึงกล้องตัวนี้แบบเร็ว ๆ ง่าย ๆ เลยก็คือ นี่คือ เป็นกล้องมุมกว้างที่แก้วชอบติดอันดับ Top 3 ในปีนี้เลยก็ว่าได้ครับ ด้วย Character ของภาพถ่ายที่ได้ ทั้งโทนสี และลักษณะการ Process ภาพ มีความใกล้เคียงกับกล้องหลักมาก ๆ

ตัว Distortion นั้น อาจจะพอมีให้เห็นบ้าง แต่ในเรื่องของความคม และรายละเอียดของภาพนี่ ไว้ใจได้เลยว่า ทำมาได้ดียันขอบภาพเลย แทบจะไม่มีอาการฟุ้ง ๆ ตามขอบภาพให้เราเห็นได้เลยครับ

ความสามารถในการถ่ายภาพย้อนแสง ความเก่งของ Software HDR ก็ตามมาจากในกล้องหลักแล้วครับ ขนาดว่าย้อนใส่ดวงอาทิตย์ ตรง ๆ จัง ๆ แบบนี้ ยังสามารถเปิด ส่วน Shadow ให้ได้ Detail ที่เยอะมากขึ้น โดยที่ยังคง Dynamic Range ที่มีความเป็นธรรมชาติเอาไว้ได้อยู่

นอกจากจะเอามาถ่าย View ปกติได้แล้ว ยังสามารถนำมาใช้ในการถ่ายภาพ Portrait แบบที่เห็น Environment รอบ ๆ ได้ด้วย โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าคนที่อยู่ในภาพจะหน้ามืด เพราะ HDR นั้นเอาอยู่

อาจจะมีหนึ่งข้อที่แก้วอยากบอกทุกคนเอาไว้ก็คือ กล้อง Ultra Wide Angle ตัวนี้ เวลาเจอสภาพแสงที่ Complicate หรือซับซ้อนมาก ๆ เช่นมี Highlight หนัก ๆ กับ Shadow ทึบมาก ๆ ในภาพเดียวกัน Noise Reduction อาจจะทำงานผิดเพี้ยนไปได้บ้าง ทำให้เราจะเจอจุดรบกวนในภาพ ในส่วน Shadow ได้นิดหน่อยครับ

PERISCOPE TELEPHOTO 3.5x | กล้องถ่ายภาพระยะไกล ความละเอียด 64MP ระยะ 90mm พร้อมกันสั่น OIS

ต้องบอกว่าตอนแรกที่เห็น Spec กล้อง แก้วแอบหวาดเสียวว่า จะเป็นเหมือนกับ HUAWEI P50 Pro หรือเปล่านะ ? เพราะตัวนั้น ความละเอียดภาพเท่ากันเลย แต่คุณภาพไฟล์ที่ได้นั้น ไม่ค่อยโดนใจเท่าไหร่ แต่พอได้ลองกล้องตัวนี้ครั้งแรก หลังจากที่กดถ่ายไปแล้วมาดูภาพ รอยยิ้มอ่อน ๆ ของแก้ว ก็ปรากฏขึ้นทันที มันเอาเรื่องเลยนะเนี่ย !

ระยะ 3.5x เป็นระยะที่สามารถใช้งานได้หลากหลายมาก ๆ Focal Length ใกล้เคียงกับระยะของ iPhone 14 Pro Max ที่แก้วเพิ่งทำรีวิวให้ดูกันไป แต่ความคม กับ Character ของภาพที่ได้ โดยเฉพาะเรื่องของ Dynamic Range นั้น มันคนละเรื่องเลยครับ ตัวนี้กินขาดมาก ๆ

สามารถนำไปใช้ในการถ่ายภาพสถาปัตยกรรม ในมุมมองแปลก ๆ ที่เลนส์ระยะอื่นเข้าไม่ถึงได้ และเรายังอาศัยความละเอียดของขนาด Sensor ที่ 64MP ด้วยการ Hybrid Zoom 10x แบบ Lossless ได้อีกด้วยนะครับ

ใครที่เป็นสาย Minimal หรือคนที่ชอบถ่ายภาพ ด้วยการอาศัย Element of Art เยอะ ๆ ไม่ว่าจะเป็น Lines , Shape , Pattern กล้องตัวนี้ก็สามารถทำให้เราเข้าถึงการถ่ายภาพในลักษณะแบบนี้ได้ง่ายขึ้น และคาดหวังคุณภาพไฟล์ในการนำไปใช้งานต่อได้หลากหลายไม่แพ้ กับ การถ่ายภาพด้วยกล้องจริง ๆ

เวลาเราใช้ Mode Hi-Res Solution ถ่ายภาพออกมาเต็ม Sensor ที่ความละเอียด 64MP แล้วลองเอามา Crop ดู คุณภาพที่ได้คือดีมาก ๆ ครับ ดีกว่า HUAWEI P50 Pro ที่มีการ Process หนัก ๆ แน่นอน อันนี้แก้วยืนยัน

อีกหนึ่งจุดที่แก้วว่าดีมาก คือเรื่องของ Depth of field ของเลนส์ตัวนี้ครับ ใครที่เป็นสายท่องเที่ยว ชอบเข้าป่า เข้าเขา ถ่ายทุ่งดอกไม้ ถ่ายวิว ด้วยระยะโฟกัสใกล้สุดที่ประมาณ 1 เมตร ทำให้ การจะละลายฉากหลัง ให้สวยแบบนี้ เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยากเลย

กล้องตัวอื่นในชุดกล้องหลัง ถ่ายย้อนแสงเก่งยังไง กล้องตัวนี้ก็เก่งพอ ๆ กันครับ Flare สวยด้วยนะ

RAW File Test | ประสิทธิภาพของ RAW File

เรื่องนี้อาจจะเป็นจุดที่แก้วเสียดาย และผิดหวังมากที่สุดใน Honor Magic4 Pro ก็คือ RAW Files นั้น ถ่ายได้แค่กล้องหลักเท่านั้นครับ ไม่สามารถที่จะใช้ กับกล้องตัวอื่นได้เลย ที่มันน่าเสียดายมาก ๆ ก็เพราะว่า RAW ใน Honor Magic4 Pro มันน่าใช้มาก ๆ ครับ ถึงแม้จะเป็น Sensor RAW แต่คุณภาพไฟล์ ยืดหยุ่น และจัดการ Noise มาได้ดี

เราจะเห็นว่า ขนาดเป็นไฟล์ภาพต้นฉบับ ก่อนที่แก้วจะนำมา Process นั้น มันก็สวยในระดับหนึ่งแล้ว Dynamic Range คือกว้างมาก โดยเฉพาะส่วน Highlight เนี่ย ยืดหยุ่นสุด ดึงเฉดสีท้องฟ้าลงมาให้เข้ม ให้สวยงามได้สบาย

ภาพต้นฉบับ แก้วถ่ายย้อนแสงมา ติด Under อยู่พอสมควร แต่ก็สามารถจะ Process เปิด รายละเอียดในส่วนต่าง ๆ ได้แบบตามใจเราเลย ไม่ต้องกลัวว่าไฟล์จะเสียคุณภาพ ในส่วน Shadow อาจจะมี Noise ให้เจอได้บ้าง แต่ก็นั่นแหละครับ เอาเข้า Lightroom Mobile แล้วก็เสกให้หายไปได้เลย

ถ้าอยากถ่ายภาพในที่แสงน้อยให้ได้รายละเอียดครบ ๆ แต่ว่าไม่อยากใช้ Night Mode ให้ภาพมันดูแข็ง หรือ ดูผ่านการ Process มาเยอะ ก็สามารถจะมาเลือกใช้ RAW Files ในการถ่าย แล้วมาดึงสายภายหลังได้ครับ ให้ ฟีลที่เป็นธรรมชาติกว่า

LOW LIGHT PHOTOGRAPHY : การถ่ายภาพในที่แสงน้อย

มากันที่การถ่ายภาพในที่แสงน้อย หรือว่า Low Photography ด้วย Night Mode กันบ้างครับ ลักษณะในการ Process ภาพสำหรับ Night Mode ใน Honor Magic4 Pro ตัวนี้นั้น ค่อนข้างที่จะ เติม Clarity และ Sharpness สูงอยู่พอสมควร อย่างภาพนี้ที่ใช้กล้องหลัก เราจะเห็นว่า จริง ๆ แล้วแสงมันยังพออยู่นะ แต่ถ้าเราใช้ Night Mode กล้องจะ Force Add Clarity ให้เราทันที

ในกล้อง Ultra Wide Angle คุณภาพที่ได้ แทบไม่ต่างจากกล้องหลักเลยก็ว่าได้ครับ Character ภาพก็เหมือน คือ เน้นสว่าง เน้น Shape ของสิ่งต่าง ๆ ให้เห็นชัด ลบ Noise ออกไปให้ได้เยอะที่สุด แต่ความเป็นธรรมชาติก็จะลดลงไปตามลำดับ

ความน่าสนใจของ การถ่ายภาพในเวลากลางคืนก็คือ กล้อง Telephoto 3.5x ก็ใช้ Night Mode ได้ และคุณภาพที่ได้นั้นดีด้วย เพราะว่าโดยปกติแล้ว กล้อง Telephoto ระยะไกล ๆ แบบนี้ มักจะแพ้กลางคืน Noise มาเร็ว ภาพไม่ค่อยคม แต่ไม่ใช่กับ Honor Magic4 Pro ตัวนี้ครับ

และการถ่ายภาพ Portrait ในเวลากลางคืน คือ ขอแค่หาแหล่งกำเนิดแสงให้โดนตัวแบบสักนิด ยังไงก็รอดครับ Bokeh สวย ตัดขอบคม Skintone ก็ยังดีอยู่เหมือนกับการถ่ายในเวลากลางวันเลย

FRONT CAMERA : กล้องหน้าความละเอียด 12MP | Wide

มาต่อกันที่กล้องหน้ากันบ้างครับ แบรนด์ Honor และ Huawei จะเหมือนกันอย่างหนึ่งก็คือ ในรุ่น Flagship นั้นกล้องหน้าจะให้เป็นแบบ Ultra Wide Angle ที่องศาการรับภาพ 100 ํ มาให้ ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของค่ายนี้เลย ที่หาจากที่อื่นไม่ได้

แน่นอนว่า Beauty Mode ก็ทำงานได้ในทุกระยะของกล้องหน้าตัวนี้ แต่ว่าถ้าเราต้องการเบลอฉากหลังนั้น ต้องไปใช้ที่ระยะ 1x นะครับ

และพอเรามาใช้ ระยะ 1x ในการ Selfie ตัวเอง เราก็ได้เห็นเลยว่า TOF 3D นั้น ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ จริง ๆ ตัดขอบอย่างเนียน ไม่แพ้กล้องหลังเลยครับ

และ ต่อให้ที่ที่เราถ่ายนั้น สภาพแสงจะไม่เป็นใจ ในกล้องหน้าตัวนี้ก็มี Mode เปิด Flash ให้เรา Selfie ได้รายละเอียดที่ดีในที่มืดได้สบายครับ

VIDEOGRAPHY | การถ่ายภาพวีดีโอ

การถ่ายภาพ Video เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทาง Honor จัดมาให้เราเต็มมากจริง ๆ นอกจากจะสามารถถ่าย Video 4K 30fps ได้ในกล้องทุกตัวแล้ว คุณภาพของไฟล์ที่ได้นั้นนำไปใช้งานต่อได้จริง โดยเฉพาะคนที่เป็น Video Creator เป็น Blogger ที่บางครั้งต้องเดิน Vlog คนเดียว สามารถจะถ่าย Video กล้องหน้า กล้องหลังพร้อมกันได้


สำหรับเรื่อง Auto Exposure หรือการปรับความสว่างของ Video อัตโนมัติ จริง ๆ แล้วแก้วรู้สึกว่า ส่วนนี้ Honor Magic4 Pro ยังทำได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก ลักษณะของการวัดแสงจะพยายามวัดให้ติด Over ไว้นิดหนึ่ง เพื่อให้ส่วน ของ Shadow ไม่จม และ Noise ต่ำ ซึ่งบางครั้ง รายละเอียดในส่วน Highlight มันก็หลุดไปแล้ว


การกันสั่นในกล้องหลัง อยู่ในระดับมาตราฐาน ยังไม่ได้นิ่งเท่ากับ Flagship หลาย ๆ ตัวที่ออกมาในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ แต่ถือว่า ใช้งานได้ และไม่ได้สั่นจนถึงขนาดว่าสร้างปัญหาในการใช้งานครับ ในทางกลับกัน กันสั่นในกล้องหน้าคือดีมาก ๆ รับรองว่าถูกใจสาย VLOG แน่นอน


ตัว Software ช่วยเหลือในการถ่าย Video ดันเป็นจุดที่ทาง Honor จัดหนัก มามากกว่า Software ช่วยเหลือ ในการถ่ายภาพนิ่งซะอย่างงั้น ไม่ว่าจะเป็น LOG File | LUT ย้อมสีต่าง ๆ | 4K HDR ก็มีให้ คือ มาเต็มเกินต้านมาก ๆ ครับ

PERFORMANCE | ประสิทธิภาพ

Honor Magic4 Pro ที่ใช้ CPU Snapdragon 8 Gen 1 นั้น ก็ตาม Style Flagship Smartphone ครับ ในเรื่องของการใช้งานทั่วไปนั้น ทำได้สบาย ลื่นไหล ไม่มีติดขัด จะเปิด Application ทิ้งไว้เยอะ ๆ ก็ไม่ได้ทำให้เครื่องรู้สึกหน่วงแต่อย่างใด

ตัว ROM Magic UI นั้น ค่อนข้างที่จะ Stable ดีมาก ๆ Animation ลื่นไหล รวดเร็ว คนที่เคยใช้ HUAWEI หรือ EMUI มาก่อนแทบไม่ต้องปรับตัว ใช้งาน

สำหรับในเรื่องของการเล่นเกมนััน CPU Snapdragon 8 Gen 1 ก็ถือว่า ตอบสนองเราได้ค่อนข้างดีมาก เกมที่ออกในปีนี้ สามารถที่จเล่นที่ 60 Fps กราฟิก High ได้หมด

ปัญหาหนึ่งเดียว ในเรื่องของการใช้งาน Honor Magic4 Pro เครื่องนี้ คือเรื่องของ Battery Life ครับ เพราะว่าเขาให้ Battery มาเพียง 4,600 mAh เท่านั้น แค่ตัวหน้าจอ และ CPU ก็บริโภคพลังงานไปสุด ๆ แล้ว ยังไม่รวม Application ที่ Run Background อยู่อีก ทำให้ SOT ของรุ่นนี้ ไม่เกิน 6 ชั่วโมง เมื่อใช้งานบน 5G Dual-Sim นะครับ

ยังโชคดีที่ SuperCharge ที่เขาให้มานั้น มันเร็วมาก ๆ ที่ 100W คือ ถ้าชาร์จจาก 0% - 100% จะใช้เวลาประมาณ 38 นาทีเท่านั้นเองครับ หรือถ้าชาร์จแบบ Wireless ที่กำลังสูง 100W เช่นเดียวกัน แต่ตัวชาร์จของแก้ว รองรับแค่ 33W ก็ใช้เวลา เกือบ ๆ ชั่วโมงเหมือนกันครับกว่าจะเต็ม

OVERVIEW & OPINION

สำหรับตัวแก้วแล้ว นี่คือการที่ได้สัมผัส Smartphone Flagship จากทาง Honor เป็นครั้งแรก ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว ตั้งความหวังเอาไว้ค่อนข้างสูง และ Honor Magic4 Pro เครื่องนี้ก็ไม่ทำให้แก้วผิดหวัง เพราะมันสามารถที่จะเป็น Flagship ที่เราใช้งานมันได้ทุก ๆ ด้าน ตั้งแต่ ใช้งานทั่วไป เล่นเกม ถ่ายภาพ ถ่าย Video ได้อย่างสบายใจ หายห่วงเลย จะติดก็แค่ในเรื่องของ Battery ที่ SOT มันน้อยไปนิดหนึ่งจริง ๆ ซึ่งคิดว่ามาจาก ขนาดแบตเตอรี่ที่เล็ก และ Snapdragon 8 Gen 1 ที่ใช้พลังงานสูง


ในส่วนของกล้องถ่ายภาพ 3 กล้องที่ใส่เข้ามาให้นั้น ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถถ่ายทอดจินตนาการของผู้ถ่ายภาพให้ออกมาเป็นจริงได้ง่าย และคุณภาพไฟล์ดีมาก ๆ ในทุก ๆ กล้องเลย โดยเฉพาะกล้อง Telephoto 3.5x ที่แก้วแอบกลัวว่ามันจะแย่ แต่พลิกกับมา ทำได้ยอดเยี่ยมมาก


Software ในการถ่ายภาพ และลูกเล่นต่าง ๆ จุดนี้อาจจะเป็นจุดที่ค่อนข้างด้อยกว่า Flagship ตัวอื่นในตลาด เพราะ Mode Portrait ก็ค่อนข้างธรรมดา ลูกเล่นที่ควรจะมีอย่าง Long Exposure หรือ Mode ถ่ายดาว อะไรแบบนั้น ก็ไม่ได้มีมาให้ แบบ เหมือนเน้น Hardware คุณภาพสูง ๆ ให้ทำงานบน Software ของ Mode Auto ที่กดออกมายังไงก็สวย ให้ทุกคนเข้าถึงประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมได้ง่ายขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องเป็น Professional หรือ ว่า มี Skill อะไรในการถ่ายภาพมากมายนักก็สนุกกับมันได้ครับ

ราคาค่าตัวที่ 35,990 บาท และสิ่งที่เขาจัดมาให้ใน Smartphone เครื่องนี้ แก้วว่ามันคุ้มมาก ที่จะซื้อมาใช้งานยาว ๆ สัก 2-3 ปีได้สบาย ๆ กล้องถ่ายภาพก็โดดเด่นกว่า Flagship ในปีนี้หลายตัว และถ่าย Video 4K ในกล้องหน้า แบบ Ultra Wide Angle ได้ แพงกว่านี้ ก็ไม่ใช่ว่าจะมีให้นะครับ
 

[ ติดตาม Mobile Photographer ได้ที่ ] Fanpage : https://www.facebook.com/mobile.fotographer IG : kaew.ravie #Mobilephotographer #โมบายโฟโตกราฟเฟอร์ #ถ่ายรูปด้วยมือถือ #Honor #HonorMagic4Pro

0 ความคิดเห็น