top of page
  • แอดมินแก้ว

รีวิว HUAWEI Mate 50 Pro | ตัวจบสาย Auto และ กล้องที่ปรับ f/stop ได้ละเอียดตัวแรกของโลก

สวัสดีครับทุกคนกลับมาเจอกับแก้ว และ Mobile Photographer กันอีกครั้งนะครับ เปิดปีใหม่นี้กันด้วย Smartphone รุ่นล่าสุดจาก HUAWEI ที่หลายคนรอคอย นั่นก็คือ HUAWEI Mate 50 Pro นั่นเองครับ เรามาดูกัน XMAGE จากทาง HUAWEI และกล้องที่ปรับ Aperture ได้จริง ๆ นั้น มันจะยอดเยี่ยมแค่ไหน ไปดูรีวิวกันครับ

SPECIFICATION
  • Body Dimensions : 162.1 x 75.5 x 8.5

  • Weight : 209 g

  • Display : OLED 6.74 inch | 2K | Refresh Rate 120Hz Touch Sampling 300Hz | 1B Colors | DCI-P3 100%

  • RAM : 8GB LPDDR5 | ROM : 256GB UFS 3.1| 256GB NM SDcard

  • Stereo Speakers | Optical Under Screen Fingerprint | IP68

  • WiFi 6 | Bluetooth 5.2 | 4G | Type-C 3.1

  • Battery 4700 mAh | SuperCharge 66W

  • Operation System EMUI 13

WHAT'S IN THE BOX : อุปกรณ์ภายในกล่อง
  • - เครื่อง HUAWEI Mate 50 Pro

  • - 66W Adapter Charge | USB-C Cable

  • - Protection Case Transparent

  • - Protection Film

  • - Sim Card Ejector

  • - Manual Guide

DESIGN : การออกแบบ

งานออกแบบตัวเครื่องของ HUAWEI Mate 50 Pro นั้น เน้นออกมาในแนวทางของความเรียบหรู โดยสีตัวเครื่องที่แก้วได้มานั้น จะเป็นสี Black ที่ดู Classic ดูดีแบบไม่ตะโกนมากไป วัสดุที่ของฝาหลังจะเป็นกระจก ที่มีความมันเงาสูงมาก สะท้อนหน้าตัวเองเห็นได้ชัดเลย แต่แลกมาด้วย รอยนิ้วมืออาจจะขึ้นง่ายนิดหนึ่งนะครับ

DNA ในการออกแบบ Module กล้องทรงกลมแบบนี้ ได้รับการถ่ายทอดมาตั้งแต่รุ่น HUAWEI Mate 30 Pro ในอดีต แต่ได้มีการปรับปรุง ตกแต่ง ให้มีความสวยงาม และมี Detail ที่มากยิ่งขึ้น ถ้าเราลองสังเกตดี ๆ บริเวณขอบของ Module จะมีลวดลาย Clous De Paris ที่มักจะอยู่บนหน้าปัดนาฬิการาคาแพง ๆ จาก Swiss มาตกแต่งอีกด้วย

การจัดวางสิ่งต่าง ๆ บริเวณฝาหลังนั้น ทำออกมาได้ Symmetry มาก ๆ ฝั่งซ้าย ฝั่งขวา เวลาที่เราแบ่งครึ่งตรงกลางออกมานั้น ทั้งสองฝั่งจะเท่ากันเลย ซึ่งแก้วชอบการออกแบบ Smartphone ในลักษณะแบบนี้มาก ๆ ที่แบบไม่ใช่แค่เป็น Gadget แต่ดูมีความเป็นงานศิลป์อยู่ในตัว

Frame ของตัวเครื่องทำมาจาก โลหะที่มีความมันเงา แต่ในส่วนนี้สามารถป้องกันรอยนิ้วมือได้ดีกว่า ส่วนของฝาหลังพอสมควรนะครับ จะมีส่วนที่ยื่นออกมาเป็น เหลี่ยมมุมเล็ก ๆ ที่ขอบเครื่องด้วย ช่วยให้เวลาจับถือแลัว Grip เข้ามือได้ดีทีเดียว

บริเวณด้านล่างของตัวเครื่อง ก็คล้าย ๆ กับ Smartphone Flagship ทั่วไป มี Port USB-C | ช่องใส่ Sim Card | ช่องไมโครโฟน | Stereo Speaker

ในส่วนของด้านบนนั้น ก็จะมีช่องไมโครโฟน และ IR Blaster ส่วนลำโพงนั้น จะซ่อนอยู่ระหว่างขอบจอ และ Frame ตัวเครื่องครับ ดูแนบเนียนไปกับ Body ได้เป็นอย่างดี

DISPLAY : หน้าจอแสดงผล

มาต่อกันที่เรื่องของหน้าจอแสดงผล ของ HUAWEI Mate 50 Pro กันครับ ขนาดของหน้าจอจะอยู่ที่ 6.74 นิ้ว แบบ Curved Display ถือว่าใหญ่เต็มตาดีใช้ได้เลย ใช้ Panel แบบ OLED ความละเอียด 2K ขอบเขตแบบ 1B Colors รองรับ HDR 10+ และมีค่า Refresh Rate ที่ 120Hz มีค่า Touch Sampling อยู่ที่ 300Hz

ในเรื่องของการ Touch ติดนิ้วดีมาก ๆ สำหรับการใช้งานทั่วไป ผ่านฉลุยสบาย ๆ สมราคากับ Smartphone ใน Tier นี้ ขอบของหน้าจอบริเวณฝั่งซ้าย และขวา คือ บางมาก ๆ ใครที่ชอบจอโค้ง น่าจะถูกใจหน้าจอตัวนี้แน่นอน และไม่ต้องกลัวปัญหาเรื่องลั่นตามขอบจอ เพราะ HUAWEI ได้ Calibrate แก้ปัญหานี้มาแล้ว

เวลาที่เอาไปดู Content Streaming หรือใช้งานด้าน Entertainment ข้อนี้อาจจะมีเรื่องให้พิจารณานิดหน่อย คือ ถ้าเราดู Youtube และ HBO Go สามารถจะดูได้ที่ความละเอียดสูงสุดเลย แต่ว่าถ้าจะดู Netflix จะดูได้แค่ HD เท่านั้น และ Content HDR ก็ไม่รองรับนะครับ นอกเหนือจากนั้น เวลาเอาไปเล่นเกม หรือใช้งานด้านอื่น หน้าจอตัวนี้ตอบสนองได้ดีเลย

สำหรับการใช้งานนอกบ้าน ความสว่างหน้าจอเวลาเปิดสุด สู้แสงแดดในช่วงกลางวัน หรือ แดดภายนอกได้โอเค เห็นสิ่งที่อยู่บนหน้าจอชัด แต่เวลาใช้ Peak Brightness อาจจะได้ต่อเนื่องไม่นานมากนัก ความสว่างก็จะค่อย ๆ Dim ลงมาอัตโนมัติครับ

การใช้งานในที่มืด ด้วยความที่ HUAWEI Mate 50 Pro มีเทคโนโลยี PWM dimming for excellent panel ความถี่สูงสุด 1440Hz ทำให้เวลาที่เราใช้งานในที่มืดสนิท การกระพริบของหน้าจอเวลาเปิดแสงจอต่ำสุด จะยังสม่ำเสมอ Healthy ต่อดวงตาของเรามากกว่าจอในรูปแบบปกติครับ

CAMERA : กล้องถ่ายภาพ

มาถึงจุดที่หลายคนรอจะดูกันแล้วนะครับ นั่นก็คือ เรื่องของกล้องถ่ายภาพนั่นเองครับ ชุดกล้องหลังของ HUAWEI Mate 50 Pro ตัวนี้ จะมีจุดเดียวที่แตกต่างจาก HUAWEI P50 Pro แต่บอกเลยว่า ความแตกต่างนั้น น่าสนใจมาก ๆ ดังนี้ครับ

  • - Main Camera 50MP | IMX766 | f/1.4 - 4.0 สามารถปรับ Aperture ได้แบบ Physical

  • - Ultra Wide Angle 13MP | องศาการรับภาพ 122 ํ | f/2.2

  • - Telephoto 64MP | ระยะ 3.5x ( 90mm ) | f/3.5 | OIS

  • TOF 3D | Laster Focus | Phase Detection | Object Tracking

  • และ กล้องหน้าความละเอียด 12MP แบบ Ultra Wide พร้อมกับ Sensor TOF 3D เช่นเดียวกัน

MAIN CAMERA : กล้องหลัก 50MP | IM766 | f/1.4 - 4.0

ไหน ๆ จุดเด่นของ HUAWEI Mate 50 Pro นั้น คือเรื่องของการปรับ Physical Aperture ที่เราสามารถจะคุมค่า f/stop ได้ด้วยตัวเอง โดยเริ่มต้นตั้งแต่ f/1.4 - f/2 - f/2.8 - f/4 ซึ่งค่า Aperture จะส่งผลตรง ๆ ต่อภาพถ่ายของเรานั้น 2 จุดด้วยกัน

  • - ควบคุม Depth of field ได้ด้วยตัวเอง ( ละลายฉากหลัง ) หรือ ( ถ่ายของให้ชัดถึงชิ้น )

  • - ควบคุม ปริมาณแสงที่เข้าสู่ Sensor ได้ด้วยตัวเอง ( ถ่ายลากเส้นไฟได้นานขึ้น ) ( ไฟแฉก )

แน่นอนว่าในเรื่องของการละลายฉากหลัง เวลาถ่าย Object ที่ขนาดไม่ใหญ่มากนั้น HUAWEI Mate 50 Pro คือจะได้เปรียบมาก ๆ เพราะว่า ค่า f/1.4 ซึ่งต่ำที่สุดในตลาด Smartphone ที่ออกตลอดปี 2022 ที่ผ่านมา รวมไปถึงระยะโฟกัสใกล้สุดที่ไม่ถึง 20 cm สายถ่ายดอกไม้ ถ่ายของชิ้นเล็ก ๆ หรือ Macro ถูกใจแน่นอน

อาจจะมีข้อควรระวังอยู่บ้างในเรื่องของการใช้ ค่า f/stop ต่ำสุด เพราะว่า " ช่วงโฟกัส " จะยิ่งบางขึ้นเรื่อย เวลาที่เราเคลื่อนกล้องเข้าใกล้วัตถุที่เราโฟกัส แก้วค่อนข้างแนะนำว่า ให้ใช้การ Crop 2x ในการถ่ายภาพที่ f/stop 1.4 จะคุม Depth of field ได้ง่ายที่สุด

สำหรับในมุมของการเพิ่มค่า f/stop ให้สูงขึ้นนั้น จะมีประโยชน์อยู่ด้วยกัน 2 แง่หลัก ๆ เรื่องแรกก็คือ เราสามารถลดทอนปริมาณของแสงที่จะเข้าสู่ Sensor ได้ ทำให้การถ่ายภาพแบบ Slow Shutter สามารถจะลากชัตเตอร์ได้นานยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เส้นไฟต่าง ๆ หรือ Light Painting ก็ทำได้ง่าย

อีกหนึ่งอย่างก็คือ เรื่องของการที่เราสามารถจะสร้าง " ไฟแฉก "สวย ๆ เวลาที่เราถ่ายภาพ Landscape ในเวลากลางคืนได้อีกด้วย ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้กับการถ่ายภาพแบบ Traffic Trail และ Motion Blur ได้ด้วยครับ

อีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนค่อนข้างอยากจะรู้กันว่า พอไม่มี LEICA แล้ว Color Profile ของภาพนั้นเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน ? ซึ่ง Color Profile ที่มีให้เลือกใน HUAWEI Mate 50 Pro นั้นเราจะมีด้วยกันทั้งหมด 3 แบบ ก็คือ

  • - Classic : Contrast อ่อน | Saturation ของสีสันไม่สดมาก

  • - Vivid : Contrast สูง | Saturation ของสีสันสดมาก ๆ ( แต่ Detail ไม่จม )

  • - Bright : Contrast อ่อน | เติมแสงส่วน Midtone | สีสันสดกว่า Classic เล็กน้อย

ซึ่งพอแก้วได้ลองทุก Color Profile แล้ว โทนสีที่แก้วชอบที่สุดก็จะเป็น Classic ครับ คือ มันมีกลิ่นของ HUAWEI x LEICA ในยุคก่อน แต่ Contrast นุ่มลง Dynamic Range กว้างขึ้น ทำให้ถึงแม้ HUAWEI Mate 50 Pro จะมีการใส่ Sharp มาพอสมควร แต่ก็ไม่ทำให้ภาพดูแข็งจนเกินไป

คุณภาพของไฟล์ภาพนั้น แก้วอยากให้ทุกคนลืม HUAWEI P50 | P50 Pro ที่มีการ Over process ไฟล์ภาพเยอะ ๆ ไปเลย ใน HUAWEI Mate 50 Pro ไฟล์ภาพดูมีความเป็นธรรมชาติมากขึ้นแบบเห็นได้ชัด และ White Balance ที่เคยมีอาการเหวี่ยงบ้าง ตอนนี้ก็แม่นยำขึ้นมากแล้วครับ

ตัว Software HDR เวลาตอนเราถ่ายภาพย้อนแสง หรือ ถ่ายภาพในสภาพแสงปกติ ก็ไม่ได้ Boost แสงในย่านความสว่างต่าง ๆ ขึ้นมามากจนเกินไป แต่สามารถเก็บรายละเอียดส่วน Highlight และ Shadow มาได้ดี โดยที่ไม่ทำให้ภาพสูญเสียคุณภาพ หรือเกิด Noise

PORTRAIT PHOTOGRAPHY : การถ่ายภาพบุคคล

มาต่อกันที่การถ่ายภาพ Portrait ใน HUAWEI Mate 50 Pro ตัวนี้กันนะครับ ถึงแม้ว่าในส่วนของลูกเล่นของ Software Portrait จะปรับแต่งอะไรไม่ได้มาก แต่ถ้าได้ลองถ่ายสักภาพแล้วเนี่ย ต้องมีโดนตกกันบ้างแหละครับ เพราะภาพที่ได้คือ สวยจริง และมี Character ที่ชัดเจนจากแบรนด์อื่นด้วย

สิ่งที่โดดเด่นมาก ๆ ในเรื่องของการถ่ายภาพ Portrait ใน HUAWEI Mate 50 Pro คือ เรื่องของ Skintone คือ เวลาที่เราเปิด Beauty Mode สักประมาณ Lv.3 ตอนออกมาเสร็จแล้ว นอกจากจะเกลี่ยผิวได้กำลังดี ดูไม่หลอก ตัว SW ไม่ได้พยายามเปลี่ยนสี Skintone ไปจากสิ่งที่สายตาเราเห็นมากมายนัก ซึ่งบางคนอาจจะมองว่าธรรมดา แต่สำหรับแก้ว คือรู้สึกว่ามันดูลงตัว

ในเรื่องของ Software Bokeh ในการเบลอฉากหลังนั้น ก็มีให้เลือกเหมือนกับ HUAWEI ในรุ่นก่อนหน้านี้ Bokeh ทรงกลม | Bokeh แบบหมุน | Bokeh แบบละลายฉากหลังทิ้งไปเลยเป็นสีน้ำ ประมาณนั้น แต่สิ่งที่ทำได้ดีขึ้นก็คือ การตัดขอบของการเบลอฉากหลัง คือ เนียนกริบ เนียนแบบตัวที่ได้ Best Portrait ปีที่แล้วยังมีหลุดให้เห็นบ้าง แต่ตัวนี้คือ ไม่มีเลยจริง ๆ

เวลาถ่ายภาพ Portrait แบบย้อนแสง สิ่งที่ Software HDR ทำก็คือ เขาไม่ได้กดแสงใน Highlight ลง แต่จะเป็นการเติมความสว่างในส่วนตัวแบบที่เราโฟกัสเข้ามา อยู่ในระดับที่ ไม่ดูหลอกตาจนเกินไป แต่หน้าไม่มืดแน่นอนรับประกัน

ระยะในการถ่ายภาพ Portrait ของ HUAWEI Mate 50 Pro นั้น สามารถเลือกได้ 3 ระยะ ซึ่งที่ระยะ 1x , 2x นั้น แก้วโอเคกับมันเพราะว่าคุณภาพของไฟล์ภาพยังอยู่ในจุดที่รับได้อยู่ เพราะว่าการ Zoom ใน Mode Portrait นั้น มันเป็น Crop on sensor

ที่น่าแปลกใจคือ ในชุดกล้องหลังมี Periscope Telephoto 3.5x มาให้ แต่ HUAWEI เลือกที่จะให้ ระยะ 3x เป็นการ Crop on sensor บนกล้องหลักแทน ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วแก้วรู้ว่าน่าเสียดายไปนิดหนึ่งครับ

นอกเหนือจากนั้น อีกหนึ่งปัญหาที่แก้วยังเจออยู่ก็คือ เวลาที่เราถ่ายภาพ Portrait กลางแจ้งในวันที่อากาศร้อนมาก ๆ แล้วเครื่องร้อน Software Bokeh จะปิดการทำงานไปเอง เหมือนกับใน HUAWEI P50 Pro เมื่อปีที่แล้วเลย แต่ตัวนี้ นานหน่อยกว่าจะเจออาการนี้ แต่ก็ถือเป็นข้อพิจารณาเหมือนกันครับ

การถ่ายภาพ Portrait ในช่วงเวลาเย็น จนถึงค่ำ ของ HUAWEI Mate 50 Pro ในส่วนของ Software การเบลอฉากหลัง และ Beauty Mode ยัง Perform ได้น่าพอใจ รวมไปถึง White Balance ที่ไม่ได้พยายามแก้ Ambience รอบข้างมากจนเกินไป ทำให้เวลาถ่ายออกมาแล้ว สีสันใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากทีเดียว



ULTRA WIDE ANGLE : กล้องมุมกว้างพิเศษ 13MP

เรามาต่อกันที่กล้อง Ultra Wide Angle ความละเอียด 13MP ตัวนี้กันครับ ในส่วนของ Hardware นั้น แก้วคิดว่าน่าจะเป็นตัวเดียวกับใน HUAWEI P50 Pro เพราะดูจาก Spec องศาการรับภาพ และ Character ของภาพที่ได้ค่อนข้างคล้ายกัน

จุดที่มีการปรับปรุงมาให้ดีขึ้นกว่าใน HUAWEI P50 Pro ก็คือ Distortion ที่น้อยลงเล็กน้อย ขอบภาพที่อาจจะมีความ Soft อยู่ในบางสภาพแสงก็ได้ทำมาให้ คมขึ้น ได้ Detail ที่ครบถ้วนมากขึ้นในทุกสภาพแสง

Dynamic Range ของภาพ ออกมาได้ดรอปกว่ากล้องหลักเล็กน้อย Dynamic Range เพียว ๆ จากตัว Sensor เองนั้น อาจจะไม่ได้กว้างอะไรมากมายนัก แต่เมื่อทำงานร่วมกับ Software HDR แล้ว ก็กว้างใช้ได้ทีเดียว

ยิ่งเวลาที่เราถ่ายภาพย้อนแสง ด้วยกล้องตัวนี้ ถ้าเป็น Mode Auto Software HDR ทำงานได้ดี ไม่ขุด Shadow และ Highlight มากเกินไป ในบางสภาพแสง ส่วน Shadow ในภาพ อาจจะมี Noise ให้เห็นบ้าง แต่ก็ไม่เยอะ และชัดเจนอะไรมากนัก คือ ชอบที่เขาไม่พยายามจะบี้ Noise ทิ้งจนเป็นสีน้ำ เหมือนใน Gen ก่อน ๆ

PERISCOPE TELEPHOTO 3.5x | กล้องถ่ายภาพระยะไกล ความละเอียด 64MP ระยะ 90mm พร้อมกันสั่น OIS

หลาย ๆ คนที่เคยดูรีวิว หรืออ่านรีวิว HUAWEI P50 Pro ของแก้วเมื่อปีที่แล้ว จะพอทราบว่า กล้องระยะนี้ใน HUAWEI P50 Pro คือ กล้องที่มีการ Over process ตัวไฟล์ภาพมากที่สุด จนสูญเสียความคม และความเป็นธรรมชาติของภาพไปเยอะมาก

แต่ใน HUAWEI Mate 50 Pro สิ่งที่แก้วเคยเจอ และเคยบ่นไว้ ตอนนี้หายไปหมดแล้วครับ ปรบมือให้เลย แก้มาได้ตรงจุด และแก้มาได้ดีมาก ๆ เหมือนกับได้กล้องคนล่ะตัวเลย ทั้งที่ Hardware นั้นก็ยังเป็นตัวเดิมจาก Omnivision อย่าง OV64B ความละเอียด 64MP

คุณภาพของไฟล์ภาพในกล้องตัวนี้ คือ ไว้ใจได้ และเป็นกล้องที่แก้วรู้สึกอยากจะหยิบออกมาถ่ายภาพอยู่บ่อย ๆ ด้วยระยะที่มัน ไม่ได้ไกลมาก แต่ก็เกิน ระยะ Normal ไปเล็กน้อย ทำให้มันเป็นระยะที่อเนกประสงค์ จะเอามาถ่ายภาพ Landscape | Cityscape | Architecture | Street | Urban คือ ได้หมดจริง ๆ

Perspective และ Focal Length ของกล้องระยะนี้ก็กำลังดี ไม่แคบจนเกินไป ยังพอมี Space ให้เราจัดวางสิ่งต่าง ๆ ได้ครบ และ เวลาเอาไปถ่ายภาพ Architecture ก็จะได้ Perspective ที่ตรง ไม่บวม ไม่เบี้ยว สวยงามครับ

ด้วยระยะที่กำลังสวย ไม่ไกลไป และไม่ใกล้จนเกินไป ทำให้เราสามารถถ่ายภาพ Street ได้สะดวกมากขึ้น ไม่ดู Aggressive มากเกินไป เวลาไปยืน Fishing ตี Compose รอสิ่งที่น่าสนใจเข้ามาในภาพ ถ้าใช้ Mode Pro เป็นคุม Shutter Speed เอง ก็สร้าง Motion Blur ให้ภาพดูเคลื่อนไหวได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าภาพจะมีความสั่นไหว เพราะ OIS ทำมาดีเลย

พอดูกันมาจนถึงกล้องระยะนี้ ในเรื่องของโทนสี และ White Balance น่าจะเป็นจุดที่โดดเด่นที่สุดใน HUAWEI Mate 50 Pro เพราะ แม่นยำมาก ๆ และโทนสีในแต่ละกล้องก็ทำออกมาได้ใกล้เคียงกัน เวลาที่เราถ่ายภาพ เป็น Set ก็ไม่ต้องกลัวว่า เวลาสลับกล้อง แล้วสีภาพมันจะโดดออกจากกัน

ที่ระยะ Hybrid Zoom 10x แน่นอนว่ามันสู้ Optical Zoom 10x จากแบรนด์ตัวเองใน HUAWEI P40 Pro Plus หรือแบรนด์คู่แข่งไม่ได้อยู่แล้ว Lossless Zoom ที่คุณภาพรับได้ที่สุดจริง ๆ น่าจะอยู่ที่ไม่เกิน 5x จะไว้ใจได้มากกว่า เสียดายที่ Sensor ความละเอียด 64MP ทั้งที แต่ใน Mode Hi-Res ใช้ได้แค่กล้องหลัก

RAW File Test | ประสิทธิภาพของ RAW File

RAW File ใน HUAWEI Mate 50 Pro นั้นเราสามารถจะถ่ายได้ในชุดกล้องหลังทุกตัวเลย ตั้งแต่กล้องหลัก ไปจนถึงกล้อง Periscope Telephoto ซึ่งเป็นอะไรที่ดีมาก ๆ เพราะ Flagship จากแบรนด์ลูกพี่ลูกน้องของเขา อย่าง Honor Magic 4 Pro ก็กั๊กเรื่องนี้ไว้

รูปแบบของ RAW File ใน HUAWEI Mate 50 Pro จะเป็น Sensor RAW ก็คือ ไม่มีการ Compress และ Process เรื่อง Noise ให้เราเลย เราจะพบเจอ Color Noise และ Luma Noise ได้ชัดเจน เหมือนใน HUAWEI P50 Series ทำให้ผู้ใช้งานต้องเข้าใจเรื่องการจัดการจุดระบบกวนพวกนี้ในระดับหนึ่งจึงจะสามารถใช้งานมันได้เต็มที่

คุณภาพ และความยืดหยุ่นของ RAW File ในกล้องแต่ละตัว มี Performance ที่แตกต่างกัน คือ ถ้าเป็นในกล้องหลัก ที่ใช้ Sony IMX766 RAW File จะมีคุณภาพดีที่สุด เก็บ Detail ส่วน Highlight และ Shadow มาให้เราได้ครบถ้วน

ส่วนกล้อง Periscope Telephoto จริง ๆ ก็ถือว่าใช้ได้ มีคุณภาพ และความยืดหยุ่นใกล้เคียงกล้องหลักพอสมควร แค่ในบาง Light Situation ที่มันซับซ้อน หรือยาก ๆ เราอาจจะพบจุดรบกวนได้มากกว่าในกล้องหลักพอสมควร แต่ความยืดหยุ่นพอ ๆ กัน

สำหรับ RAW File ในกล้อง Ultra Wide Angle จะมีความยืดหยุ่นต่ำที่สุด Noise ทีเ่กิดขึ้นภายในภาพค่อนข้างเยอะ ควรจะหลีกเลี่ยงการใช้ RAW File ในกรณีที่ภาพที่เราจะถ่ายมีสัดส่วนของ Shadow ในภาพ เกิน 20% - 30% ไปถ่าย Auto ให้ AI จัดการให้ดีกว่าเยอะครับ

ข้อควรระวังในการถ่ายภาพด้วย RAW File ในกล้อง Ultra Wide Angle ก็คือ ในบางครั้ง ถ้าเราถ่ายภาพย้อนแสง แล้วมาปรับแสงให้สว่างขึ้น พอลองซูมดูตามขอบของวัตถุในภาพ ไม่ว่าจะเป็นใบไม้ ตัวตึก หรือเส้นสายไฟ เรามีโอกาสจะเจอเข้ากับ อาการขอบม่วงได้อยู่บ้าง ซึ่งใน Mode Auto เราจะไม่เจอนะครับ

LOW LIGHT PHOTOGRAPHY : การถ่ายภาพในที่แสงน้อย

สำหรับการถ่ายภาพในที่แสงน้อย หรือว่า Low Light Photography ใน HUAWEI Mate 50 Pro นั้น แก้วจริง ๆ เราไม่จำเป็นจะต้องใช้ Night Mode เลยก็ได้ กดถ่ายภาพใน Mode Auto ปกติ แล้วปล่อยให้ Software เขาช่วยคิดให้เรา คุณภาพที่ได้ไม่ต่างกัน เผลอ ๆ จะดีกว่า Night Mode ตรง ๆ ด้วยซ้ำ

คุณภาพของไฟล์ภาพ ในแต่ละกล้องเวลาถ่ายภาพในที่แสงน้อย แน่นอนว่ากล้องหลักที่มีค่า f/stop ต่ำสุดที่ f/1.4 บน Sensor IMX766 ก็คือไว้ใจได้ จะถ่าย Auto ปกติ หรือจะเปิด Night Mode ก็ยังโอเคอยู่ แต่ภาพที่ได้อาจจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย

กล้อง Periscope Telephoto ใน Low Light Situation ก็ยังทำงานได้ดี ทั้งใน Mode Auto และ Night Mode แต่ถ้าให้แก้วแนะนำในกล้องตัวนี้ อยากให้ใช้ Mode Auto ปกติ ในการถ่ายมากกว่า มีอยู่หลายครั้งที่ ตัว Exposure Metering ใน Night Mode เลือกจะไปวัดแสงในจุดที่มืดที่สุดในภาพขึ้นมา ( เรา Control ไม่ได้ด้วย ) ในบางครั้ง แทนที่จะ Boost ขึ้นมาแต่ Detail แต่ดันไม่เอา Noise มาด้วย

และ กล้องที่ควรระวังมากที่ในการใช้ Night Mode ก็คือ กล้อง Ultra Wide Angle ครับ เวลาใช้กล้องตัวนี้ในการถ่ายภาพ คือ ไม่ใช่ว่าทุกสถานการณ์มันแย่นะครับ ถ้าเราถ่ายปกติ ใน Scene ที่ความสว่างเฉลี่ยในภาพมันโอเค คุณภาพมันก็จะดีมาก

แต่ถ้าสภาพแสงมันยาก เช่น Foreground มืด จุดโฟกัสสว่าง ฉากหลังมืด เวลาถ่ายให้เรา พยายามไม่ต้องไปยุ่งกับเรื่องจุดที่เราจะวัดแสง ให้พูดง่าย ๆ ก็คือ อย่าเอานิ้วแตะวัดแสงเอง ให้กล้องเขาวัดให้เองอัตโนมัติ จะดีที่สุด เพราะมีหลายครั้ง เวลา แก้วแตะวัดแสงในจุดที่มีความสว่างกลาง ๆ ในภาพ หรือ Under นิด ๆ ตัว Software Night Mode Boost ส่วน Shadow ขึ้นมาหนักมาก จนได้ Noise มาเป็นของแถม

FRONT CAMERA : กล้องหน้าความละเอียด 12MP | Wide

เรามาต่อกันที่กล้องหน้าใน HUAWEI Mate 50 Pro ตัวนีกันบ้างครับ ในส่วนของ Hardware นั้น เหมือนกับใน HUAWEI P50 และ HUAWEI P50 Pro เลย ก็คือจะเป็นกล้องหน้ามุมกว้าง 12MP ที่เราสามารถปรับระยะได้ พร้อมกับ Sensor TOF 3D ในการวัดระยะ

ในระยะกว้างสุดจะไม่สามารถใช้พวก Softwrae Bokeh ได้นะครับ จะสามารถใช้ได้เฉพาะ Beauty Mode เท่านั้น ซึ่ง ลักษณะการ Process Beauty Mode ในกล้องหน้า จะมีความเนียน ความใส มากกว่า Software Beauty ในกล้องหลัง เพราะฉะนั้น ไม่ต้องเปิดเยอะ

สำหรับ Software Bokeh ในกล้องหน้านั้น มีให้เลือกเท่ากับกล้องหลังเลย จะขาดแค่ส่วน Bokeh แบบ Super หรือ Bokeh ที่เม็ด Bokeh มันจะใหญ่ ๆ นอกนั้นก็คือมีให้ครบถ้วนเลย

การตัดขอบในการเบลอฉากหลัง และ Software HDR ในกล้องหน้าก็คือ ทำงานได้ดีมาก ในภาพบางภาพที่เราถ่ายย้อนแสง เขาก็ไม่ได้กด Highlight ลงจะดูผิดธรรมชาติ ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้พยายามจะทำให้หน้าของเราสว่างจนดู Over อยู่ในระดับที่กำลังโอเค

VIDEOGRAPHY | การถ่ายภาพวีดีโอ

แก้วว่าเรื่องนี้คงจะเป็นเรื่องที่มีหลายคนเห็นต่างแน่ ๆ บางคนยังบอกว่า Video ในกล้องหลัง และกล้องหน้าของ HUAWEI ยังสู้ค่ายอื่นไม่ได้ คือ โอเคแหละบางส่วนมันก็ยังจริง ๆ เช่น กันสั่นในกล้องหลัก หรือ กล้อง Periscope แต่เนื้อไฟล์วีดีโอ ที่ความละเอียดสูงสุด 4K 60fps เนี่ย มันดีขึ้นกว่าเดิมมาก ๆ แล้ว ยิ่งเวลาที่เราเอาไปลองถ่ายในสถานการณ์จริง ๆ ต่อเนื่องหลาย ๆ สภาพแสง เราจะเห็นว่า Auto Exposure ที่เคยมีอาการ กระตุก ๆ ปรับมาเป็น Linear สวยดูเป็นธรรมชาติกว่าแต่ก่อนมาก

ตัว Video กล้องหน้าเอง ด้วยมุมมองแบบ Ultra Wide Angle และสามารถถ่าย 4K 60fps ได้ที่ Bitrate 40mbps นี่แก้วว่าพอแล้วสำหรับกล้องมือถือ และก็ไม่ใช่จะหาได้ง่าย ๆ ด้วยที่กล้องหน้ามุมกว้างแบบนี้ ถ่าย 4K 60fps พร้อมกันสั่นได้ Flagship ในปี 2023 บางตัว ยัง 1080p 60fps กันอยู่เลยด้วยซ้ำครับ

PERFORMANCE | ประสิทธิภาพ

HUAWEI Mate 50 Pro ใช้ Chipset จากทาง Qualcomm เป็น Snapdragon 8+ Gen 1 สำหรับการใช้งาน Daily use ใช้งานกับ Application สามัญในชีวิตประจำวันของเราก็ทำงานได้ปกติ LINE มีแจ้งเตือน ลง Facebook ได้ ลง App ธนาคารได้หลายธนาคารแล้ว ในเรื่องนี้แล้วสำหรับแก้วที่ชินกับการใช้งาน HUAWEI คือ ไม่มีปัญหาอะไรเลย

สำหรับในเรื่องของการใช้งาน Google Mobile Service หรือ GMS สามารถทำได้ด้วยกัน 2 ช่องทางก็คือ ใช้ผ่าน Gspace ซึ่งปัจจุบันตัว Gspace กินแรมน้อยลงกว่าแต่ก่อนมากแล้ว และยังสามารถใช้ Google Login ใน App ต่าง ๆ ได้เกือบหมดแล้วด้วย จะมีส่วนน้อยจริง ๆ ที่ยังเด้งอยู่

ในเรื่องของการใช้งานด้าน Entertainment ลำโพงคู่ที่อยู่ใน HUAWEI Mate 50 Pro Character ของเสียงจะออกมาในแนวทางของเน้นความใส และ Sound Stage ที่กว้าง เปิดเสียงดังสุดไม่มี Peak ดูหนังฟังเพลง เสียงกระหึ่ม ได้สบาย App Streaming หลาย ๆ ตัว ไม่ว่าจะเป็น VIU , HBOGO , Youtube ดู 4K และ 1080p ได้ แต่ถ้าเป็น Netflix ดูได้แค่ HD เท่านั้นนะครับ

Performance ในการเล่นเกมของ HUAWEI Mate 50 Pro คือ ในเรื่องของความแรง มันเอาอยู่เกือบทุกเกม ใน Setting Ultra อยู่แล้วครับ เกม Graphic สูงขนาดไหนก็เปิด Setting สูงสุดได้ ปัญหาจริง ๆ อยู่ที่ การระบายความร้อนเมื่อเราเล่นไปเป็นระยะเวลานาน ๆ อย่างแก้ว Test กับ Game Graphic สูง ๆ อย่าง Bless Global พอเล่นไปสักประมาณ 15-20 นาที Frame rate drop ลงอย่างชัดเจน แต่ถ้าเป็น Game ที่ Graphic ไม่ได้สูงมากนัก อย่าง YS6 เปิดต่อเนื่องไปเลยยาว ๆ รอดครับ

สำหรับ Battery Life ของ HUAWEI Mate 50 Pro จะมีปริมาณแบตเตอรี่อยู่ที่ 4,700 mAh ซึ่งก็ถือว่ากำลังดี ในการใช้งานจริง ถ้าเป็นวันปกติ ใช้งานทั่วไป สามารถจะอยู่ได้จบวันแบบสบาย ๆ ที่ SOT เกิน 6 ชั่วโมงครึ่ง แต่ในบางวันที่อาจจะมีการใช้งานหนัก ออกนอกบ้าน เปิดแสงหน้าจอสุดบ่อย ๆ ก็อาจจะลดลงมาเหลือ 6 ชั่วโมงถ้วน หรือ 5 ชั่วโมงปลาย ๆ ซึ่งทดแทนด้วยการใช้ 66W Supercharge ประมาณ 50 นาทีก็เต็มแล้วครับ

OVERVIEW & OPINION

สำหรับมุมมองของแก้ว กับ HUAWEI Mate 50 Pro ตัวนี้ มันคือ การพิสูจน์ตัวเองครั้งแรกของ HUAWEI หลังจากที่ LEICA ได้จากไปแล้วว่า เขายังสามารถทำ Smartphone ที่มี Wow factor ชัดเจน และมี เทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพที่เหลือคู่แข่งได้อยู่หรือเปล่า ?


ซึ่งจากที่เราได้เห็นกันไปแล้ว XMAGE นั้นไม่ใช่หน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาแค่เอาชื่อมาทดแทน แต่ผลงานของเขาตั้งแต่ในปีแรก ก็สะเทือนตลาด Smartphone ด้วยการทำให้กล้อง Smartphone ปรับค่า f/stop ได้ ซึ่งมันเปิดโลกของการถ่ายภาพไปอีกระดับหนึ่งเลย โอเคแหละ แรก ๆ หลายคนอาจจะมองไม่ออกว่ามันเอาไว้ใช้ทำอะไร แต่ถ้าเป็นคนที่ถ่ายภาพอยู่แล้ว เล่นกล้องอยู่แล้ว สิ่งนี้ Breakthrough ข้อจำกัดไปหลายอย่างเลยทีเดียว


จุดที่แก้วรู้สึกว่ายังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ ก็คือ Performance ตัวเครื่องในบางจุด เช่น Software กล้องใน Mode Portrait ที่มีของดีอยู่แล้ว แต่ไม่ให้เราใช้ หรือ การประมวลผล Night Mode ที่พลาดในกล้องบางตัว เหมือนกับว่า ISP ที่อยู่ใน Snapdragon 8+ Gen 1 ที่ HUAWEI หยิบมาใช้ มันทำงานร่วมกับ Software ของพวกเขา ยังไม่ Smooth มากเท่าที่ควร ต้องรอดูว่า เราจะต้องรอกันถึงรุ่นหน้า หรือทาง HUAWEI จะอัพเดตเข้ามาแก้ Experience ตรงนี้ให้


อย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าเราเป็นคนที่โฟกัสกับการถ่ายภาพเป็นหลัก และเข้าใจข้อจำกัดของ HUAWEI ในเวลานี้ มันอาจจะไม่ได้ Overall ยอดเยี่ยมที่สุด แต่ ประสบการณ์แบบนี้ ก็คงจะไปหาจาก Smartphone ตัวไหนในตลาดปี 2022 ไม่ได้ครับ กับราคา 43,990 บาท หลายคนอาจจะรู้สึกว่าสูงไปหน่อย แต่กับ แฟนๆ HUAWEI แก้วเห็นไปจัดกันมาแล้วคนแล้ว เหนียวแน่นจริง ๆ แฟน ๆ ค่ายนี้

 

[ ติดตาม Mobile Photographer ได้ที่ ]

Fanpage : https://www.facebook.com/mobile.fotographer

IG : kaew.ravie

#Mobilephotographer #โมบายโฟโตกราฟเฟอร์

#ถ่ายรูปด้วยมือถือ #HUAWEI #HUAWEIMate50Pro

0 ความคิดเห็น
bottom of page