• White Facebook Icon
  • White Instagram Icon
About us

MobilePhotographer คือ Community ของคนชอบถ่ายภาพ ด้วยมือถือ มี Content | Review Smartphone | Review ท่องเที่ยว | รวมไปถึง Photography Tips เพียบ

 

Read More

 

Follow us on
  • White YouTube Icon
  • White Facebook Icon

© 2017 by MobilePhotographer | ประเทศไทย | Email : sitthikitrv@gmail.com 

  • แอดมินแก้ว

มือถือเครื่องเดียว ก็เที่ยวได้ : ສະບາຍດີ วังเวียง

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ แก้ว จาก #โมบายโฟโตกราฟเฟอร์ กลับมาเจอกันอีกแล้วนะครับ วันนี้ไม่ได้จะมารีวิวกล้องมือถือเหมือนเคย แต่แก้วจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยววังเวียงกัน โดยจะพาเจ้า #VivoNex3 สมาร์ทโฟน Flagship จาก Vivo ไปถ่ายรูปด้วย ไม่เสียเวลาไปชมกันเลยจ้า

แก้วเลือกวิธีการเดินทางไปยังวังเวียง ด้วยการโดยสารรถไฟ แบบนอน ไปยังหนองคาย

บรรยากาศของรถไฟแบบตู้นอน ก็จะค่อนข้างกว้างขวาง

ตัวเก้าอี้นั่งสามารถพับเป็นเตียงนอนได้ สบายๆ เลยทีเดียว

ขนาดของเตียงนอนก็จะประมาณนี้ครับ ใครที่สูงไม่เกิน 175 ก็สามารถเหยียดขาได้สบายๆ

แถมที่สำคัญมีไฟอ่านหนังสือ และปลั๊กไฟสำหรับชาร์ทแบต ให้ด้วยนะครับ

ขึ้นรถมาสักพักก็เริ่มหิวละ เลยขอเดินไปหาอะไรกินที่ตู้เสบียง หรือ Canteen กันซะหน่อย

เมนูอาหารบนรถไฟนี่ จริงๆ ก็แทบไม่ต่างจากกินบนเครื่องบินเลย แถมยังหลากหลายกว่าด้วย

ก็เลยจัดเซ็ตพริกแกงไก่มา ได้ครบทุกอย่าง ทั้งซุป ทั้งน้ำส้ม ราคาร้อยกว่าบาทเท่านั้น

เผลอแป๊บเดียวเราก็มาถึงหนองคายแล้ว หลังจากนี้เราจะขึ้นรถบัสเข้าไปที่วังเวียงแทน

โดยผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองฝั่งไทย และลาว ที่จังหวัดหนองคายครับ

ตลอดทริปนี้แก้วจะใช้ Vivo NEX3 ในการถ่ายภาพทั้งหมดเลยนะครับ

ธงนี้เป็นสัญลักษณ์ว่าเรากำลังพ้นเส้นเขตแดนของ ฝั่งไทยแล้ว

เส้นทางเข้าสู่วังเวียงเป็นเพียงถนนเล็กๆ รถวิ่งสวนกันได้เท่านั้น ทำให้ต้องใช้เวลาในการเดินทางค่อนข้างนาน ประมาณ 3-4 ชม. แล้วแต่สภาพการจราจรครับ (ตามกฏหมายขับได้ไม่เกิน 80 กม./ชม)

ผ่านเวลามา 3 ชม. เศษๆ ตอนนี้เราก็มาถึง วังเวียงแล้วครับ

สถานที่แรกที่เราจะมาเที่ยวก็คือ สะพานสีส้ม และถ้ำจัง

สะพานสีส้มนี้ เป็นอีกหนึ่งจุด Checkin ที่สำคัญ และเป็นที่รู้จักของวังเวียง

ซึ่งสะพานนี้สร้างขึ้นมาเพื่อข้ามแม่น้ำซองครับ

เมื่อเดินตามทางเดินเข้ามาอีกหน่อยก็จะเป็นเส้นทางไปสู่ถ้ำจัง ที่เดี๋ยวเราจะเข้าไปชมกันครับ

ภูเขาในวังเวียงส่วนใหญ่นั้น เป็นภูเขาหินปูน เหมือนกุ้ยหลิน ประเทศจีน

ทำให้มีถ้ำมากมาย แต่ถ้ำจังเป็นถ้ำที่เป็นที่รู้จักที่สุดในวังเวียง

ใช้เวลาเดินขึ้นถ้ำ ถ้าแข็งแรงหน่อยไม่เกิน 5 นาทีก็ถึงครับ

อากาศในช่วงเดือน พฤศจิกายนเนี่ย กำลังสบายเลยทีเดียว


บรรยากาศ และความสวยงามภายในถ้ำจังครับ แอดมินใช้ Night Mode ถ่ายทั้งหมดนี้เลยสะดวกดี

หลังจากเดินอยู่ในถ้ำกันจนเย็น ก็ได้เวลาไป โรงแรมที่เรานอนกันคืนนี้แล้วครับ

ซึ่ง โรงแรมจะอยู่ในตัวเมืองวังเวียง ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

วิวที่หน้าโรงแรมบอกเลยว่า สวยมากๆ คุ้มค่ามาก ดีใจมากที่ได้มาพักตรงนี้

ห้องพักกว้างขวางขนาดนี้ มีน้ำร้อน มีเตียงแยก ที่เป่าผม สระว่ายน้ำ ทั้งหมดนี้แค่ 1,700 กว่าบาทเอง

สำหรับบางคนห้องน้ำสะอาดๆ เป็นเรื่องใหญ่ แต่แก้วการันตีว่าที่นี่ สบายหายห่วงครับ

หลังจากเก็บของแล้วของีบพักผ่อนสักพักหนึ่ง แก้วก็ได้เวลาออกไปทำกิจกรรมกันต่อครับ

ซึ่งกิจกรรมนั้นก็คือแก้วจะไปล่องเรือ บนแม่น้ำซอง ที่ไหลผ่านเมืองวังเวียงกันครับ เก็บภาพมาให้ชมเพียบเลย บอกเลยว่าสวยมากๆ ถ้าใครมา ต้องมาลองสักครั้งให้ได้นะ

ใครเมาเรือก็ระวังกันหน่อยนะครับ ขับกันค่อนข้างเร็ว คลื่นกระแทกเยอะนิดนึง

เหนื่อยมาตลอดวันแล้ว แก้วขอเวลาไปพักผ่อนก่อน เดี๋ยววันพรุ่งนี้เราจะไปปีนหนาผา หนามไซกันครับ

ตื่นขึ้นมาตอนเช้าเนี่ย เมืองวังเวียงก็ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกอ่อนๆ อากาศเย็นกำลังสบาย

เอาล่ะพอทานอาหารเช้าเสร็จแล้วเราก็ได้เวลาไปปีนผากันละครับ

เราจะเดินทางไปด้วยรถสองแถว ที่ฝุ่นจะคละคลุ้งมากๆ แนะนำให้หาแมสไปปิดปากด้วยนะครับ

มาถึงตีนเขาทางขึ้นแล้วครับ แอบหวั่นใจเบาๆ ว่ามันจะต้องชันแน่ๆ แล้วมันก็ชันจริงๆ ด้วยครับ 555

เสียดายที่ลืมถ่ายภาพระหว่างทางขึ้นมาให้ดู เพราะมันมีความลำบาก ลำบน มากประมาณหนึ่งเลย ปีนไปปีนมา รู้ตัวอีกที เอ้าขึ้นมาถึงซะแล้ว

การปีนขึ้นเขาครั้งนี้ คุณพ่อของแก้วก็ขึ้นไปด้วยนะครับ อายุ 72 เข้าไปแล้ว แต่พ่อยังสนุกอยู่เลย

พอขึ้นมาถึงยอดนี่ รู้สึกได้เลยว่าคุ้มค่ามากๆ วิวข้างบนนี่มันสุดยอดจริงๆ สวยมาก

ภาพบรรยากาศจากมุมต่างๆ บนยอดเขาหนามไซครับ เลื่อนดูได้เลย

การขึ้นลงยอดเขาหนามไซนั้น ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาทีเศษๆ ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของแต่ล่ะคนครับ ที่แก้วเดินขึ้นไป ขนาดฝรั่งตัวโตๆ ขายาวๆ ยังหอบแฮ่กๆ ตลอดทางเลย ฉะนั้นใครจะมา เตรียมตัวมาด้วยนะครับ

เอาล่ะครับไปกันต่อดีกว่า วันนี้แก้วจะพาไป Blue Lagoon แห่งน้ำธรรมชาติที่มีสีออกฟ้าๆ จริงๆ แล้วมีกระจายตัวอยู่ทั่วในวังเวียง ที่ที่แก้วมานั้น เป็นแหล่งที่ 2 ชื่อว่า แอ่งหลวง

เสียดายไม่ได้เอาชุดมาเปลี่ยน ไม่งั้นจะโดดลงน้ำให้หายเหนื่อยจากการปีนผาซะหน่อย

ผ่านพ้นกิจกรรมมาตลอดวัน แก้วก็มาแวะมาที่ชิวๆ พักผ่อน หาอะไรอร่อยๆ กับเครื่องดื่มดีๆ ดื่ม

เลยมานั่งเงียบๆ อยู่ที่ริมแม่น้ำใกล้ๆ โรงแรมนี่แหละครับ กับอากาศประมาณ 17-19 องศา

เอาละครับมาถึงวันสุดท้ายที่จะได้อยู่ที่วังเวียงกันละ เรายังเหลืออีกหนึ่งสถานที่สวยๆ

ที่ควรไป นั่นก็คือเขื่อนน้ำงึม ที่อยู่บริเวณใกล้ๆ กับ วังเวียง และเวียงจันทร์

โดยสำหรับที่นี่แล้ว เราจะลงไปล่องเรือในเขื่อนเพื่อทานอาหารกลางวันกันก่อนกลับครับ

เรือที่เราขึ้นก็จะหน้าตาแบบนี้นี่แหละครับ มีสองชั้น ให้สามารถเดินขึ้นด้านบนไปชมวิวกันได้

อาหารบนเรือก็รสชาติใช้ได้ อาจจะเค็มกว่าไทยเล็กน้อย แต่ถือว่าคุ้มกับราคาแล้วล่ะครับ

เอาจริงๆ แค่ขึ้นมานอนบนดาดฟ้าเรือ พร้อมเครื่องดื่มเย็นๆ สักแก้วนี่ก็ถือว่า Happy แล้วล่ะครับ

แก้วรวบรวมบรรยากาศระหว่างการล่องเรือมาให้ชมครับ กดเลื่อนดูได้เลย

เอาล่ะครับ นี่ก็ได้เวลาที่จะกลับไทยละ แต่ก่อนกลับ

ก็ขอแวะเข้าเวียงจันทร์ไปถ่ายรูปประตูชัยซะหน่อยเนอะ

เอาจริงๆ แก้วไม่ได้มาที่นี่มา 8 ปีเข้าไปแล้วนะครับ แต่บรรยกาศกับความสวยงามคือเหมือนเดิมเลย

เอาล่ะครับเป็นยังไงกันบ้างกับทริป 3 วัน 2 คืนที่แก้วพาทุกคนมาเที่ยววังเวียง ถ้าชอบยังไงฝากกดไลค์กดแชร์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ

----------------------------------------------------------------------------------------



[ ติดตาม Mobile Photographer ได้ที่ ]

Fanpage : https://www.facebook.com/mobile.fotographer

IG : kaew.mobilefoto

#Mobilephotographer #โมบายโฟโตกราฟเฟอร์#โมบายโฟโตกราฟเฟอร์

#ถ่ายรูปด้วยมือถือ #ถ่ายรูปด้วยมือถือ #Vivo #VivoNEX3