top of page
  • รูปภาพนักเขียนแอดมินแก้ว

รีวิว vivo V30 5G | ถ่าย Portrait อย่างเทพเกินคน ! V Series ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ vivo เคยทำมา

สวัสดีครับทุกคน กลับมาเจอกับแก้ว และ Smartphone จากทางแบรนด์ vivo กันอีกครั้งนะครับ นั่นก็คือ vivo V30 5G นั่นเอง ต้องบอกว่าปีนี้เป็นปีแรกเลยนะ ที่ vivo V Series ที่ขายดี ยอดฮิตตลอดกาล วางจำหน่ายหลังรุ่นเรือธงของค่าย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความน่าสนใจของเขาลดลงไปเลย ยกเครื่อง Sensor กล้องใหม่ ไฟ Aura Light 3.0 Design ใหม่ สว่างกว่าเดิม นุ่มกว่าเดิม ไปจนถึง Chipset ที่สดใหม่ที่สุดในตลาด สำหรับสมาร์ทโฟนระดับกลาง จะน่าใช้ขึ้นแค่ไหน ? ไปชมรีวิวกันครับ

SPECIFICATION
  • Chipset : Qualcomm Snapdragon 7 Gen 3

  • RAM 12GB + Extended Ram 3.0 8GB | Storage 256GB | 512GB

  • Display : 1.5K 6.78-inch AMOLED | 1B colors | 120Hz | HDR10+

  • Operation system : Funtouch OS 14 | Android 14

  • Good quality mono speaker

  • Bluetooth 5.4 | USB Type-C 2.0 | Wifi6

  • Battery 5000mAh | 80W vivo FlashCharge

WHAT'S IN THE BOX : อุปกรณ์ภายในกล่อง
  • เครื่อง vivo V30 5G

  • 80W Adapter Charge | USB-C Cable

  • Protection Case Transparent

  • Protection Film

  • Sim Card Ejector

  • Manual Guide

DESIGN : การออกแบบ

การออกแบบตัวเครื่องของ vivo V30 5G นั้น ถ้าเรามองที่ Shape รูปทรงของตัวเครื่อง จะมีความคล้ายคลึงกับ vivo V29 5G รุ่นที่แล้วอยู่พอสมควร Layout การจัดวางปุ่มกดต่าง ๆ ไปจนถึงซ่องใส่ซิม ช่องลำโพง อยู่ในตำแหน่งเดิม คนที่อัพเกรดมาจากรุ่นก่อนหน้า เข้าใจได้เร็ว ไม่ต้องปรับตัวอะไรเลยครับ

จุดที่จะมีความแตกต่างจากรุ่นเดิมมากที่สุด ก็คือ ส่วนของการ Design ฝาหลัง และ ตัว Module กล้อง ซึ่ง โดยส่วนตัวนะ แก้วชอบการปรับ Design Module กล้องในลักษณะแบบนี้ ถ้าเราเอาไปเปรียบเทียบกับ Module กล้องของ vivo V29 5G จะเห็นว่า vivo V30 5G ขนาด Module จะใช้พื้นที่ฝาหลังน้อยลง แต่แยกสัดส่วน ของชุดกล้อง กับไฟ Aura Light 3.0 ออกจากกันได้อย่างลงตัวขึ้น ซึ่งถ้าทุกคนสังเกตดี ๆ จะเห็นว่า เขาจะมีการย้ายตำแหน่งของไฟแฟลช มารวมอยู่กับ Aura Light ที่เป็น Shape สี่เหลี่ยมขอบมน แบบนี้นะครับ

สีตัวเครื่องที่แก้วได้มา จะมีด้วยกันทั้งหมด 2 สี ก็คือ สีขาวมุก (Shell White) และ สีเขียวน้ำทะเล (Green Sea) จริง ๆ เขาจะมีสีดำอีกสีหนึ่งด้วยนะครับ ใช้ชื่อ (Night Sky Black) ซึ่งตัวนั้น Texture ฝาหลังก็จะเป็น AG Glass สัมผัสนุ่มนวลคล้าย ๆ รุ่นพี่ vivo X100 Series 5G เลย วัสดุฝาหลังของทั้ง 3 สีจะเป็นกระจกเหมือนกันหมดเลยนะครับ

ทีนี้ 2 สีที่อยู่ในมือแก้วอย่าง Shell White และ Green Sea เป็นยังไงบ้าง ขอเริ่มจากสีที่แก้วชอบเป็นการส่วนตัว อย่าง Shell White ก่อนนะ เอาเรื่องฟีลลิ่งการจับก่อน ผิวฝาหลังจะมีความด้าน ให้การสัมผัสที่ใกล้เคียง รุ่นพี่ vivo X100 Pro 5G สีดำ ป้องกันรอยนิ่วมือได้ดีแน่นอน

ส่วนลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจ มาจากเปลือกของหอยมุกนั้น ก็สวย มาก ๆ เวลาสะท้อนเล่นกับแสง นอกจากจะเห็นลวดลายแล้ว ยังมีความเหลือบ ๆ สีฟ้าอ่อน ๆ แฝงเอาไว้ได้อย่างลงตัวทำให้ภาพรวมก็สี ไม่ดูดจืดเกินไปด้วย

ส่วนอีกหนึ่งสี อย่าง สีเขียวน้ำทะเล (Green Sea) จะให้ฟีลลิ่งที่ดูสดใสกว่าเล็กน้อย การไล่ Gradient จากสีสีขาวครีม ๆ ไปจนถึงสีเขียวน้ำทะเล ทำได้สวย และมีการแฝงลูกเล่น เป็นริ้วของคลื่นทะเล ที่เหมือนมีเม็ดทรายเป็น Glitter เล็ก ๆ สะท้อนแสงขึ้นมาด้วย

Frame ตัวเครื่องของ vivo V30 5G ทั้ง 2 สีที่แก้วได้มา จะใช้วัสดุที่เป็นพลาสติก การทำสีตัว Frame เครื่องจะเป็นแบบ Glossy เงา ๆ เล่นแสง ซึ่งจะขึ้นรอยนิ้วมือได้ง่ายแน่นอน ความบางของเครื่องอยู่ที่ 7.45mm และมีน้ำหนักอยู่ที่ 186g ใกล้เคียงกับรุ่นก่อนหน้านี้ ทั้งที่ได้ แบตเตอรี่เพิ่มมา 400mAh เลยนะ คุมเรื่องน้ำหนักมาดีจริง ๆ

บริเวณด้านบนของตัวเครื่องก็จะมี Chokers ที่เขียนว่า Professional Portrait เพื่อเป็นการบ่งบอกว่า vivo V30 5G เครื่องนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพ Portrait ให้ยอดเยี่ยมในทุกสภาวะแสง

บริเวณด้านล่างของตัวเครื่องก็จะเป็นที่อยู่ของ Port USB-C | ช่องใส่ Sim | ช่องไมโครโฟน | ลำโพง Mono Speaker ซึ่งคุณภาพค่อนข้างดี ความดังคือหายห่วงเลย แต่ Character เสียงจะเป็นแนวใส ๆ เคลียร์ Bass อยู่ในระดับที่พอรู้สึกเท่านั้น เฝ้ารอต่อไป ให้สักวัน vivo V Series จะมีลำโพงคู่

DISPLAY : หน้าจอแสดงผล

vivo V30 5G มีขนาดหน้าจออยู่ที่ 6.78 นิ้ว ซึ่งเท่ากับขนาดจอของ Flagship อย่าง vivo X100 Series 5G เลย และ เป็นหน้าจอในรูปแบบ 3D Curved Display หรือ หน้าจอโค้งนั่นเองครับ ตัว Panel หน้าจอก็จะเป็น 1.5K AMOLED | Refresh Rate 120Hz และ มีการจัดวางกล้องหน้า เป็นแบบ Punch Hole Display ตรงกลางแล้ว ขอบจอบางมาก

ตอนแรกเนี่ย แก้วเข้าใจว่า Spec จอ ยกมาจาก รุ่นพี่เป๊ะ ๆ เลยไหมนะ เพราะอะไรหลาย ๆ อย่างเท่ากันเลย ตั้งแต่ค่า Pixel Density หน้าจอที่ 452 PPI ความละเอียดหน้าจอก็เท่ากันอยู่ที่ 1.5K แต่พอไปเช็ควัสดุเปล่งแสงแล้ว ใช้คนล่ะชนิดกัน ของ vivo V30 5G จะเป็น A22 (Q9) ส่วนของ vivo X100 Series 5G จะเป็น VM7

แต่เรื่องของคุณภาพการแสดงผลนั้น เราไว้ใจได้เหมือนเดิม ทั้ง Contrast สีสันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานทั่ว ๆ ไป หรือการใช้งานเพื่อการทำงาน ที่จะต้องมีการเช็คสีสันต่าง ๆ ให้ออกมาตรงกัน หรือ จะเอามาใช้ในกรแต่งภาพแบบจริงจัง หน้าจอตัวนี้ก็ไว้ใจได้ครับ

การรับชม Content Streaming จาก Platform ต่าง ๆ ก็แน่นอนว่า Spec จอขนาดนี้ สามารถที่จะดูได้ที่ความละเอียดสูงสุด และรองรับการแสดงผลแบบ HDR อีกด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็น YouTube | Netflix | Prime Video รองรับการแสดงผลคุณภาพสูงหมดเลย

นอกจากนั้น จะมีฟีเจอร์ที่ช่วยในการปรับแต่งภาพบนหน้าจอให้มีรายละเอียดที่ดีขึ้น สวยงามมากขึ้นอีกด้วยนะครับ ซึ่งเรียกว่า Visual Enhancement ซึ่งจะทำงานบน Application Streaming Content ส่วนใหญ่ได้ครบถ้วน ตัวอย่าง เช่น Prime Video 1080p HDR , Youtube 4K 60fps HDR , Netflix L1 เป็นต้นครับ

รูปแบบการปลดล็อคหน้าจอ จะเป็น Under display optical fingerprint หรือการสแกนนิ้วใต้จอ แบบ Optical นั่นเอง ซึ่งมี Response ที่รวดเร็ว สแกนติดได้ง่าย ตำแหน่งในการจัดวาง อาจจะต่ำไปสักหน่อย ใครที่จับสมาร์ทโฟนสูง ๆ ต้องเอื้อมนิ้วลงมากดนิดหนึ่งนะครับ

เวลาเราใช้งานนอกบ้าน ที่ต้องสู้แสงแดด ตอนเที่ยง ตอนบ่าย หน้าจอของ vivo V30 5G ตัวนี้ เรียกได้ว่า ทิ้งความรู้สึกตอนใช้ vivo V29 5G ไปเลย ตัวนี้สู้แสงดีกว่ามาก ๆ เพราะมี Peak brightness อยู่ที่ 2800nits และมี PWM Dimming อยู่ที่ 2160 Hz ช่วยให้สบายตา เวลาใช้งานหน้าจอในสภาวะแสงต่าง ๆ ครับ

CAMERA : กล้องถ่ายภาพ

มาถึงเรื่องที่หลาย ๆ คนรอกันแล้วนะครับ นั่นก็คือ เรื่องของกล้องถ่ายภาพนั่นเอง โดย ชุดกล้องหลังทั้งหมด 2 ตัว และกล้องหน้าหนึ่งตัว ให้ Resolution มากันแบบจัดเต็มที่ 50MP ทุกกล้อง และ Sensor ที่ใช้ ก็ไม่ได้ไก่กาเลยนะ มี Spec ดังนี้ครับ

  • - Main Camera 50MP | f/1.88 | OV50e | PDAF, OIS

  • - Ultra Wide Angle 50MP | f/2.0 | ISOCELL JN1 | 119 ํ | AF

  • - Front Camera 50MP | ISOCELL JN1 | f/2.0 AF | Focal Length 22mm

ตัว Sensor OV50e ในกล้องหลัก ถึงแม้จะมีขนาดเล็กกว่า GN5 ใน vivo V29 5G อยู่เล็กน้อยมาก ๆ แต่ได้เทคโนโลยี PureCel®Plus สามารถ Stacked แสงได้มากกว่าเดิม 150% และทำงานร่วมกับ Algorithm การถ่ายภาพใหม่จากทาง vivo ที่ใช้ชื่อว่า VCS Bionic Spectrum โดยเคลมไว้ว่า สีสันจะมีความจริง ใกล้เคียงกับตาเห็นมากขึ้น แต่ก็ไม่ลืมที่จะแต่งเติมความสดใสลงไป ให้ได้ภาพสวยจบ พร้อมลง Social หลังกดชัตเตอร์เลย และก็ยังมี Picture Profile มาให้เราเลือกใช้งาน 3 รูปแบบ เหมือนกับรุ่นพี่เลย โดยภาพทั้งหมดที่แก้วถ่าย จะใช้ Picture Profile แบบ Natural หรือ ธรรมชาติเป็นหลักนะครับ

MAIN CAMERA : กล้องหลัก 50MP | Omnivision OV50e

เรามาเริ่มกันที่ภาพถ่ายจากกล้องหลักกันเลยนะครับ สิ่งแรกที่อยากบอกทุกคนเอาไว้ก่อนก็คือ โทนภาพ และลักษณะในการ Process ไฟล์ภาพนั้น Character ค่อนข้างจะต่างไปจาก vivo V27 5G และ vivo V29 5G พอสมควร ถึงแม้ว่า แนวทางในการ Process จะออกมาเน้นความสำเร็จรูปเป็นหลักเหมือนกันก็ตาม

จุดแรกเลยที่แก้วรู้สึกต่าง ก็คือ ความอิ่มของสีสันต่าง ๆ โดยเฉพาะเวลาที่เราใช้งาน Picture Profile แบบ vivid คือสีสันจะสดกว่าเดิมมากพอสมควร โดยเฉพาะสีฟ้า จะมีความสดเป็นพิเศษมาก แต่ยังสามารถรักษา Detail ของส่วน Texture เอาไว้ได้ดี

ลักษณะในการวัดแสงของกล้องหลัก vivo V30 5G เวลาเราดูในหน้าจอ จะรู้สึกว่าภาพที่ดู Over นิด ๆ แต่เมื่อเรากดถ่ายภาพไปแล้ว Software HDR จะทำการเฉลี่ยสภาพแสงใหม่ เปิดเงาส่วนมืดเล็กน้อย ถึง Highlight กลับมาได้ดี ทำให้ Dynamic Range ของภาพนั้นดีมาก ๆ

บางวันที่ท้องฟ้ามีเมฆเยอะ ๆ หรือฝุ่น PM 2.5 ทึบ ๆ ตัวกล้องยังสามารถดึงรายละเอียดสีฟ้าของท้องฟ้า และ Texture ของก้อนเมฆต่าง ๆ กลับมาให้เราได้ โดยที่ไม่ดูเป็นการ Over process จนเกินไปด้วย ยังดูเป็นธรรมชาติดีอยู่

ยิ่งเวลาที่เราต้องถ่ายภาพย้อนแสงแบบตรง ๆ จะยิ่งเห็นพลังของ Software HDR ตัวนี้ ที่ทำงานกับกล้องหลักได้เป็นอย่างดี ฉากหน้าไม่มีมืด และก็ไม่ได้ขุดขึ้นจนดูสว่าง และผิดธรรมชาติเกินไป สามารถคุม Dynamic Range ออกมาได้ดี ในทุก ๆ สภาพแสง แต่ว่ากล้องหลักตัวนี้ ก็จะมี Flare สีออกแดง ๆ ให้เราเห็นได้บ้างนะครับ ไม่ได้ใสปิ๊ง เท่ากับรุ่นพี่ vivo X100 Series 5G

การใช้ In Sensor Zoom เพื่อการถ่ายภาพ หรือปรับ Focal Length ในระยะ 2x - 3x สามารถรักษารายละเอียด และคุณภาพไฟล์เอาไว้ได้ดีมาก ๆ Auto Focus ก็ยังทำงานได้ดี แต่ถ้าหากเรา Zoom เข้าไปในระยะมากกว่า 3x จะเริ่มเห็นการสูญเสียรายละเอียดได้ชัดเจนขึ้นนะครับ

Depth of field ของกล้องหลักตัวนี้ ให้การละลายฉากหลังได้ดีพอ ๆ กับ vivo V29 5G เพราะค่ารูรับแสงกว้างเท่ากัน และขนาด Sensor ต่างกันแค่เล็กน้อยเท่านั้น สามารถเอามาใช้ในการถ่ายภาพ Macro ได้ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายดอกไม้

แก้วเห็นหลาย ๆ คนสงสัยกันว่า Sensor กล้องหลัก ของ vivo V30 5G กับ vivo X100 5G นั้น ให้มิติของภาพที่ต่างกันแค่ไหน ? ต้องบอกว่า ต่างกันอยู่ แต่ไม่มากนัก เรื่องความใสใกล้เคียงกันมาก แต่ส่วนของการละลายฉากหลังกล้องหลักของ vivo X100 5G ยังได้เปรียบอยู่

หรือจะเอา Depth of field มาใช้ในการวางเป็น Foreground สร้างมิติให้กับภาพก็ทำได้ โดยที่ไม่ต้องเปิด Software Bokeh ขึ้นมาช่วย ยิ่งถ้าใช้กับ ระยะ Zoom 2x จะยิ่งช่วยให้มิติของภาพได้ชัดเจนมากขึ้น

สำหรับ Macro Photography ในรูปแบบของการถ่ายเครื่องประดับต่าง ๆ ก็สามารถเข้าใกล้ได้ค่อนข้างมาก โดยที่มีระยะโฟกัสใกล้สุดประมาณ 10cm เท่านั้น และใช้การ In Sensor Zoom เข้าไปต่อได้อีก จนถึง 3x ที่เนื้อไฟล์จะยังไม่เสีย

PORTRAIT PHOTOGRAPHY : การถ่ายภาพบุคคล

การถ่ายภาพ Portrait ให้สวยแบบโปร ยังคงเป็นจุดเด่นของ vivo ไม่ว่าจะเป็น V Series หรือ X Series ก็ตาม ซึ่งในครั้งนี้ vivo V30 5G ก็ได้มีการปรับปรุง Software ในการถ่ายภาพ Portrait ให้แม่นยำขึ้น มีลูกเล่น และ Filter ให้เลือกใช้งานมากกว่าเดิม

ระยะในการถ่ายภาพ Portrait เราสามารถปรับได้ทั้งหมด 2 ระยะเหมือนเดิม ก็คือ 1x และ 2x ที่เป็นการ In Sensor Zoom เข้าไป ซึ่งต้องบอกว่า Algorithm ในการทำ Image Reproduction นั้นเก่งกว่าเดิมมาก ๆ การถ่ายภาพ Portrait ในระยะ 2x คุณภาพไฟล์ คือเหมือนมี กล้อง Telephoto 2x จริง ๆ ให้ใช้เลย

ซึ่งพอเนื้อไฟล์มันดีขึ้นขนาดนี้ ตอนที่แก้วใช้ vivo V30 5G เครื่องนี้ถ่ายภาพ Portrait เนี่ย แทบจะไม่เปิด 1x ขึ้นมาถ่ายเลย ใช้ 2x เกือบจะตลอดเวลา เพราะว่าด้วย Focal Length ที่มันเปลี่ยนไป มันช่วยให้เราสามารถจะเปิด Software Bokeh ละลายฉากหลังได้เยอะมากขึ้น โดยที่ไม่ทำให้ภาพดูลอย

ความแม่นยำในการตัดขอบละลายฉากหลัง เราไว้ใจได้ในระดับเดียวกับ vivo X Series เลย เก็บเส้นผม ปลายผมได้กริ๊บ ถ้าฉากหลังไม่รกมาก ๆ แทบจะไม่มีปัญหา ตัดพลาดมากวนใจ โดยที่เมื่อเราถ่ายภาพมาแล้วนั้น ก็สามารถที่จะมา Re-focus หรือ ปรับระดับความเบลอของฉากหลัง ภายหลังได้เหมือนเดิม โดยที่วัดแม่นยำในการเบลอไม่เสียไป เพราะมีการเก็บ Depth Map เอาไว้แล้ว

แต่สิ่งที่หายไปก็คือ Bokeh Shape ต่าง ๆ พวกรูปหัวใจ ผีเสือ จะไม่มีให้เราเลือกแล้ว ซึ่งโดยส่วนตัวนะ แก้วไม่ได้ใช้ Bokeh พวกนั้นเท่าไหร่ มันดู Fancy ไปนิดหนึ่ง ชอบ Shape ที่มันดูสมจริง แบบนี้มากกว่า ใครที่ใช้ Shape Bokeh พวกนั้นบ่อย ๆ รุ่นนี้ไม่มีให้นะครับ

อีกหนึ่งอย่างที่แก้วชอบในการถ่ายภาพ Portrait ของ vivo V30 5G ก็คือ Software Beauty Mode และการจัดการ Skintone ของเขาฉลาดน้อง ๆ vivo X100 Series 5G เลย ไม่ว่าจะเจอสภาพแสงยาก ๆ ยังสามารถรักษาสีผิว ให้สว่างใสได้เสมอ โดยที่ หากมีแสงธรรมชาติอยู่ในภาพด้วย ก็จะไม่แก้จนภาพเสียความเป็นธรรมชาติไป

นอกจากนั้น เขาก็ยังมี Filter สีสันต่าง ๆ ให้เราเลือกใช้งานได้หลากหลาย แต่ในรุ่นนี้จะเพิ่ม Filter สีใหม่เข้ามา ก็คือ Beach Portrait ซึ่งจะเป็นการหยิบคู่สี Orange & Teal มาใช้ในภาพแล้ว จะมีการ Process HDR กับ Bokeh ที่ต่างไปจาก Mode Portrait ปกติ

โดยถ้าหากใน Scene ที่เราถ่าย ปริมาณท้องฟ้าอยู่ใน Frame ภาพเยอะ เขาจะมีการ Boost สีฟ้าขึ้นมาสดมาก ๆ แล้ว HDR ก็จะพยายามขุดท้องฟ้ามากขึ้นกว่าใน Mode ปกติเล็กน้อย โดยต่อให้เราจะถ่ายภาพย้อนแสง หน้าตัวแบบก็จะไม่มืดเลยนะครับ

หรือในอีกสถานการณ์หนึ่งที่แก้วลองมาก็คือ ถ้าฉากหลัง ไม่ได้มีท้องฟ้าประกอบอยู่มากนัก หรือไม่มีเลยเนี่ย กล้องจะมีการวัดแสง Over Exposure ขึ้นมานิด ๆ จนฉากหลังหลุดเป็นสีขาว ฟุ้ง ๆ ไปเลย และ HDR ก็จะไม่ได้ขุดรายละเอียดเหล่านั้นกลับมา แต่จะเติมแสงเฉพาะส่วนตัวแบบเท่านั้น ทำให้จะได้ Mood ภาพที่ดู Summer เหมาะแก่การไปถ่ายภาพริมทะเล ริมสระน้ำมาก ๆ ครับ

นอกจาก Style ภาพแบบใหม่แล้ว Style ภาพดั้งเดิมของ vivo V Series ก็ยังอยู่ครบ ให้เราเลือกมาใช้งานในการถ่ายภาพได้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็น Film Cinematic , French Impression , Blue Ocean ก็มีให้ใช้กันเพลิน ๆ เลยครับ

ULTRA WIDE ANGLE : กล้องมุมกว้าง 50MP | FOV 119˚ | JN1

ต้องบอกว่า การได้เห็น สมาร์ทโฟนระดับกลางจากทาง vivo อัพเเกรดกล้อง Ultra Wide Angle ขึ้นมา ในระดับที่ ใช้ Sensor ตัวเดียวกับรุ่นพี่ vivo X100 Series 5G และยังไม่พอ ให้ ระบบ Auto Focus มาในกล้องตัวนี้ด้วย ทำให้แก้วประทับใจมาก ลาขาดนะ Ultra Wide 8MP ที่เราเซ็ง ๆ กัน

ก่อนจะไปพูดถึงข้อดี แก้วขอพูดถึงข้อเสียก่อนเลย เพราะถึงแม้ว่าจะใช้ Sensor ระดับเดียวกัน กับรุ่นพี่ก็ตาม แต่คุณภาพชิ้น Optic ตัวเลนส์ ไปจนถึง การ Coating หน้าเลนส์นั้น ยังห่างชั้นจากรุ่นพี่มาก สิ่งที่แก้วเจอก็คือ เมื่อเราถ่ายภาพย้อนแสงแบบตรง ๆ เราจะเจออาการ ขอบม่วงเล็กน้อย หรือ Chromatic Abberation ได้ตามขอบใบไม้ แนวเส้นของตึก ทั้ง ไฟล์ JPEG และ RAW File ซึ่งแก้วไม่แน่ใจว่า Software จะช่วยแก้ปัญหานี้ให้ได้มากน้อยแค่ไหน แต่แก้ว Feedback ไปทาง vivo แล้ว รอดูอัพเดตกันต่อไปนะครับ

ทีนี้กลับมาพูดถึงคุณภาพไฟล์กันบ้าง คือ ถ้าเราไม่ได้เอาไปถ่ายภาพย้อนแสงอยู่ตลอด แก้วบอกเลยว่า นี่เป็นกล้อง Ultra Wide Angle ในสมาร์ทโฟนระดับกลาง ที่ดีที่สุดในปีนี้ ที่แก้วได้ลองมาเลย อันนี้บอกก่อนนะว่า แก้วมี Smartphone Midrange อยู่ในบ้าน ที่ยังบอกชื่อรุ่นไม่ได้อยู่หลายตัว แต่ตัวนี้ดีที่สุดจริง ๆ โดย คำว่าดีกว่า ไม่ใช่องศาในการรับภาพกว้างกว่านะ แต่หมายถึงคุณภาพไฟล์ สีสัน การจัดการ Noise ต้องเอาอยู่ทุกสภาพแสง ซึ่ง Ultra Wide Angle ใน vivo V30 5G เขาให้เราได้

White Balance และ สีสัน มีความใกล้เคียงกล้องหลักมาก ๆ และ ที่น่าประทับใจก็คือ ต่อให้เราจะเอาไปถ่ายภาพในที่แสงน้อย การจัดการ White Balance หรือ Auto Exposure ทำได้ดีเท่ากล้องหลัก โอกาสจะเกิดอาการพลาดคือน้อยมาก แต่ถ่ายมาเป็น 1,000 ภาพ ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา White Balance เพี้ยนน้อยมากจริง ๆ

การจัดการ Distortion ทำได้ดีมาก ๆ อาการฟุ้งตอบขอบภาพ ลดลงกว่าตอน vivo V29 5G ชนิดที่เทียบกันไม่ติด รวมไปถึง Software HDR ในการถ่ายภาพย้อนแสง สามารถจะขุดรายละเอียดในส่วน Highlight กลับมาให้เราได้ดีมาก ๆ เสียดายจริง ๆ เรื่องขอบมวงเนี่ย เกือบจะ Perfect แล้วเชียว

FOOD MODE : การถ่ายภาพอาหาร

การถ่ายภาพอาหาร ก็เป็นอีกหนึ่ง ฟีเจอร์ที่จริง ๆ แล้วมีมาตั้งแต่ใน vivo V27 5G หรือตอนที่มีไฟ Aura Light เป็นครั้งแรกของ V - Series หลักการทำงานง่าย ๆ แต่ให้ผลลัพท์ที่ดีของ Mode นี้ก็คือ จะเป็นการ เปิด Software ละลายฉากหลังขึ้นมา คล้ายกับใน Portrait Mode และสามารถปรับได้ 2 ระยะ พร้อมกับ เปิดไฟ Aura Light ขึ้นมาเพื่อให้แสงสว่าง และช่วยแก้สีสันเวลาที่เจอแสงสีเหลือง ๆ ให้กับมามีสีสันที่ตรง แต่ยังดูน่าทาน

นอกจากนั้น ความเก่งของ Food Mode ได้มีการเพิ่มเติมขึ้นมาจาก Version ก่อนหน้านี้ก็คือ เขาจะมี Filter ที่เราสามารถจะปรับแต่งโทนสีของอาหารได้ อยากเน้นสีส้ม ๆ อยากเปิดส่วนเงา หรือบูสความสดของสีเขียวในอาหารจานผักของเรา ก็ทำได้ อย่างภาพกุ้งเผาจานนี้แก้วก็ใช้ Filter " อบอุ่น "

อีก Filter หนึ่งที่แก้วใช้บ่อยก็คือ Filter สดใส หรือ Bright ที่จะเป็น Boost ความสว่าง และสีสันขึ้นมา ในปริมาณที่เท่า ๆ กันทั้งภาพ เหมาะกับอาหารที่มีสีสันหลากหลาย

FRONT CAMERA : กล้องหน้าความละเอียด 50MP | JN1

กล้องหน้าของ vivo V30 5G ตัวนี้ ให้มาเป็นแบบ มุมกว้างหรือ Wide Angle ใช้ Sensor ขนาดใหญ่ อย่าง ISOCELL JN1 ที่ Spec กล้องหน้าดีกว่ารุ่นพี่ vivo X100 Series 5G ซะอีก มีค่ารูรับแสงกว้างที่ f/2.0 ทำให้การ Selfie แบบปกติ ก็จะมี Depth of field ให้เราเห็นบ้างแล้ว แม้ไม่ได้เปิด Software ขึ้นมาช่วยละลายหลัง

นอกจากระยะกว้างสุดแล้ว เรายังสามารถ Zoom ในกล้องหน้าได้ด้วย โดยจะมีระยะ Zoom ให้ทั้งหมด 3 ระยะ คือ 0.8x | 1x | 2x ใครที่รู้สึกว่ามุมกว้างสุด มันกว้างเกินไป จัด Frame ในภาพลำบาก ก็สามารถปรับ Zoom ในกล้องหน้าได้ครับ

สิ่งหนึ่งที่ได้รับการอัพเกรดขึ้นมาอย่างรู้สึกได้ ก็คือ Software ในการละลายฉากหลังนั้น มีความสามารถในการตัดขอบได้เนียนมากขึ้น ลักษณะของ Depth of field ก็มีการไล่ระดับที่สวยงามกว่าเดิม ซึ่งในช่วงราคานี้ กล้องหน้าของ vivo V30 5G เป็นกล้องหน้าที่ดีที่สุดแบบไม่มีข้อสงสัยเลย

ตัว Skintone ของผิว ถึงแม้เราจะไม่ได้เปิด Software Beauty Mode ขึ้นมาช่วย ก็ให้ผิวที่ดูใส สว่าง และไม่ได้ดูหลอกตาด้วย ส่วนใครที่อยากได้ความ Beauty มากขึ้น ก็สามารถจะเปิด Beauty Mode ในรูปแบบ Natural ที่ AI ตัวกล้องจะคำนวน และปรับแต่งให้เราอัตโนมัติ

หรือถ้าอยากปรับแบบละเอียดก็สามารถเลือกใช้ Beauty Mode แบบ Buffering ปรับความเรียบเนียนได้ตามใจ ใครชอบ Skin ที่ดูเป็นธรรมชาติ แก้วแนะนำให้ลองใช้ Buffering ตัวนี้ดูนะครับ

LOW LIGHT PHOTOGRAPHY : การถ่ายภาพในที่แสงน้อย

สำหรับการถ่ายภาพในที่แสงน้อยของ vivo V30 5G แก้วขอเริ่มจากการถ่ายภาพ Portrait ก่อนเลยละกัน เพราะถือว่าเป็น Highlight ของรุ่นนี้เลย นี่คือช่วงเวลาที่ Aura Light 3.0 จะแสดงพลังออกมาให้เราเห็น พร้อมกับ Features ไฟแบบใหม่ที่แก้วไม่เคยเห็นจาก สมาร์ทโฟนรุ่นไหนมาก่อนเลย

สิ่งแรกที่แก้วว่าเจ๋งกว่าเดิมก็คือ เวลาเราเปิด Aura Light ขึ้นมา แล้วเล็งไปที่ตัวแบบ ถ้ามีการเคลื่อนกล้องเข้ามาใกล้ใบหน้า ไฟ Aura Light 3.0 ตัวนี้ จะลดกำลังแสงลงอัตโนมัติ ยกตัวอย่าง ถ้าเราใช้ Portrait Mode ในระยะ 1x ห่างจากตัวแบบไม่ถึง 2 ฟุต ไฟ Aura Light 3.0 จะไม่ได้แรงมาก จะสว่างพอดี ๆ ให้ใบหน้าสว่างขึ้น และสีผิวตรงขึ้น

ส่วนในเวลาที่เราถอยออกมาจากตัวแบบไกลขึ้น แล้วใช้ Portrait ในระยะ 2x กำลังไฟ ของ Aura Light 3.0 ก็จะปล่อยออกไปเต็มที่ ซึ่งด้วย Diffuser แบบใหม่ที่ทาง vivo พัฒนาขึ้นมา นอกจากแสงจะแรงขึ้นแล้ว ยังกระจายตัวได้อย่างนุ่มนวล ไม่ทำให้ส่วนเงา หรือ Texture ของผิวดูแข็งขึ้น

นอกจากนั้น อุณหภูมิของแสง จะเปลี่ยนไปตามสภาพแสงโดยรอบ เพื่อแก้สีสันให้กับ Skintone ของเราออกมาตรงมากที่สุด แม้จะอยู่ในอุณหภูมิแสงที่แก้ไขได้ยากก็ตาม อย่างภาพนี้ ฉากหลังเป็นสีเหลือง ไฟ Ambience รอบ ๆ ก็เป็นสีเหลือง ตัว Aura Light 3.0 จะปล่อยแสงสีขาวออกมา

ส่วนภาพนี้ ฉากหลังเป็นสีโทนเย็น และมีไฟ Ambience จากรอบ ๆ เข้ามารบกวนตัวแบบ ไฟ Aura Light 3.0 จะเป็น Temperature ของแสง ติดสีส้มมากขึ้น เพื่อให้ Skintone ตัวแบบมีความตรงกับสีผิวจริง ๆ คือ ถ้า ไม่จูน White Banlance มาดีจริง ๆ คงจะทำงานคู่กับไฟได้ไม่ดีเท่านี้แน่ ๆ

มีลูกเล่น ใน Portrait Mode สำหรับการถ่ายภาพช่วงกลางคืน ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Filter หรือ Style แต่มีจุดหนึ่งที่หายไป ก็คือ การรับ Shape ของ Bokeh ที่เรามักจะชอบเอามาเล่นเวลากลางคืน อันนี้แอบเสียดายไปนิดหนึ่งที่ตัดออกไป เพราะถึงแม้ตัวแก้วเองจะไม่ได้ใช้ แต่เชื่อว่ามีเพื่อน ๆ หลายคนที่ชอบ Bokeh ที่ดู Fancy สวย ๆ ไม่น้อยเลยครับ

นอกจากการถ่ายภาพ Portrait ตอนกลางคืนแล้ว Night Mode ของ vivo V30 5G ก็พัฒนาขึ้นไม่แพ้กัน เราสามารถใช้งาน Night Mode ได้ในกล้องทุกตัว ทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง รวมไปถึง ยังสามารถ Zoom ใน Night Mode อีกด้วย

ลักษณะของการ Process ไฟล์ภาพใน Night Mode นั้น จะเน้นไปที่ความใสของภาพ ถ้าใน Scene ที่เราถ่าย มีความสว่าง หรือมีแหล่งกำเนิดแสงอยู่บ้าง Software Night Mode จะไม่ได้อัด Sharpness และ Clarity เข้ามามากนัก จะเน้นไปที่ Noise Reduction เป็นหลัก

ถ้าแสงยิ่งน้อยลง หรือจุดที่เราถ่ายนั้นค่อนข้างมืด ตัวกล้องก็จะปรับ Clarity และ Sharpness เพิ่มให้ภาพดูคมขึ้นแบบอัตโนมัติ และจะมีการ Boost สีสันในภาพให้มีความสดใสมากขึ้นด้วยนะครับ แต่ในกล้อง Ultra Wide Angle เวลาใช้ Night Mode แก้วรู้สึกว่า ส่วนขอบภาพจะดูฟุ้งมากกว่าช่วงกลางวันอยู่นิดหน่อยนะครับ

สิ่งที่แก้วรู้สึกว่า Night Mode ตัวนี้ดีขึ้นอีกจุดหนึ่งก็คือ เวลาที่เราถ่ายภาพในระยะ In sensor zoom 2x เนื้อไฟล์ ไม่ได้แข็งเท่ากับรุ่นที่แล้ว Detail ต่าง ๆ ยังสามารถให้ได้ชัดเจน และดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นกว่าเดิม แต่ยังไม่เท่ากับ vivo X100 Series 5G นะครับ

เวลาใช้ Night Mode ในระยะ 2x การลากชัตเตอร์อาจจะใช้เวลานานขึ้นเล็กน้อย ประมาณ 0.5 วินาที แต่ด้วยความที่ กล้องหลักมีกันสั่น OIS ทำให้ต่อให้จะลากนานขึ้น โอกาสที่ภาพจะเบลอก็น้อยมาก ๆ ยกเว้นมือของเราจะสั่นมากจริง ๆ

มี Mode การถ่ายดาวมาให้ มี Mode การถ่ายพระจันทร์มาให้ แต่ไม่มี Mode Long Exposure มาให้นะครับ ทั้งตัว vivo V30 5G และ vivo V30 Pro 5G เลย ต้องรอดูในอนาคตว่า จะมีการอัพเดต Software เข้ามาให้ไหม ? เพราะศักยภาพ Hardware เพียงพอมาก ๆ แล้ว

RAW FILE PERFORMANCE | ประสิทธิภาพ RAW FILE

ต้องบอกว่าไม่เคยมีความสุขกับการถ่ายภาพด้วย RAW File บน vivo V Series ขนาดนี้มาก่อนเลย ปกติแล้วเนี่ย การใช้งาน RAW File ของแก้วกับสมาร์ทโฟนระดับกลาง จะโฟกัสไปที่กล้องหลัก เพราะ Sensor กล้อง Ultra wide angle ในรุ่นก่อนหน้านี้ ความละเอียดแค่ 8MP และ Sensor ก็เล็กมาก ๆ น้อยครั้งจริง ๆ ที่คิดจะเปิดขึ้นมาใช้

แต่ไม่ใช่กับ vivo V30 5G เพราะนอกจากจะสามารถใช้งาน RAW File ได้ในกล้องหลังทุกตัวแล้ว คุณภาพของไฟล์ในทั้ง 2 กล้อง ก็ค่อนข้างไว้ใจได้มากทีเดียว ความยืดหยุ่นในการเอามา Process ก็ทำได้ดีเป็นอันดับต้น ๆ ของสมาร์ทโฟนระดับกลางเลย

กล้องหลักสามารถเก็บ Dynamic Range มาได้มากพอ ๆ กับการถ่ายด้วย File JPEG แบบ เปิด HDR พวกจุดรบกวนนั้น อาจจะมีแค่ส่วนที่เป็น Luma Noise เท่านั้น หรือพวก Noise ที่เป็นจุดสีขาวดำ Color Noise แทบไม่มีให้เห็นเลย ทั้งที่เป็น Sensor Raw จุดนี้แก้วว่าทำดีกว่าเรือธงบางตัวซะอีก

กล้อง Ultra Wide Angle ถึงแม้ไฟล์จะค่อนข้างไว้ใจได้ ความยืดหยุ่นก็ดี แต่ปัญหาก็มีเหมือนกัน คือ Distortion ของตัวเลนส์นั้น ไม่ได้ถูกแก้มาให้เรา ทำให้เวลาที่เราจะ Process RAW File ไม่ว่าจะเป็น Adobe Lightroom หรือ Photoshop ต้องอาศัยประสบการณ์ในการปรับ Distortion ด้วยตัวเองสักนิดหนึ่งนะครับ

VIDEOGRAPHY : การถ่ายวีดีโอ

สำหรับการถ่ายวีดีโอใน vivo V30 5G นั้น เราสามารถถ่าย Video ได้ที่ความละเอียดสูงสุดที่ 4K 30fps ทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง แต่ว่าในกล้อง Ultra Wide Angle นั้นจะยังสามารถถ่ายได้แค่ 1080 30fps ในตอนนี้นะครับ เท่าที่ได้ลองสอบถามทาง vivo ไป มีแพลนที่จะอัพเดต Software เข้ามา ให้สามารถถ่าย 4K 30fps ได้ในทุกกล้อง

สิ่งที่แก้วรู้สึกว่าตัวงาน Video ของ vivo V30 5G ดีขึ้นกว่ารุ่นที่แล้วชัดเจน ก็คือ Dynamic Range ใน Mode Video นั้น ค่อนข้างจะมีความกว้างมากขึ้น ทั้งการถ่ายตามแนวแสง และการถ่ายแบบย้อนแสง หน้าตัวแบบ จะไม่มืดเลย รวมไปถึงระบบ Auto Focus ที่ความแม่นยำนั้น ทำได้ดีตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว แต่รอบนี้ มีการปรับความนุ่มนวลในการ Shift Focus ให้ Smooth มากขึ้น กล้องหน้าที่มีระบบ Auto Focus และใช้ Sensor ใหญ่อย่าง ISOCELL JN1 จับคู่กับเลนส์ที่มีค่ารูรับแสงกว้าง ทำให้ฉากหลังจะเกิด Depth of field ขึ้นมาได้เล็กน้อยแล้ว

เนื้อไฟล์วีดีโอ ในกล้องหน้า และกล้องหลังยังทำได้ดีเหมือนเดิม รายละเอียดในส่วนพื้นผิว การควบคุม Noise ในส่วนเงา ทำได้อย่างดีในสภาพแสงปกติ แต่ตัว Bitrate ของวีดีโออาจจะเป็นจุดที่แก้วรู้สึกว่ามันยังแปลก ๆ อยู่ เพราะ ที่ความละเอียด 4K 30fps ในกล้องหน้า และกล้องหลัง Bitrate Video ไม่เท่ากัน และให้ค่าเฉลี่ยมาอยู่ที่ 30mbps ซึ่งถ้าเราใช้เพื่อลง Social แก้วว่ามันก็เพียงพอแหละ แต่ถ้าจะระดับ Pro จริง ๆ เนื้อไฟล์ Video ใน vivo X100 5G และ vivo X100 Pro 5G นั้นยังทำได้ดีกว่าพอสมควรเลยครับ

PERFORMANCE : ประสิทธิภาพ

Chipset Snapdragon 7 Gen 3 เป็นขุมพลังสำหรับสมาร์ทโฟนระดับกลาง ที่พิสูน์ตัวเองมาแล้วว่า ให้ประสิทธิภาพยอดเยี่ยม ไม่แพ้กับ Snapdragon 8 Gen 1 แต่มาพร้อมกับการจัดการพลังงานที่ยอดเยี่ยมกว่า มีความร้อนที่น้อยกว่ามาก ๆ น้อยกว่า Snapdragon 8 Gen 2 และ Snapdragon 8 Gen 3 ทุกตัวที่แก้วเคยจับมาเลย

ในเรื่องของการใช้งานทั่วไป ในชีวิตประจำวัน การใช้งาน Social Media การใช้งาน Application สำหรับการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นจากทาง Google อย่าง G Suite ใช้งานได้อย่างราบรื่น หรือจะเป็นแอพพวกการจัดการ Task อย่าง Trello , Todoist ก็ใช้งานได้ดีครับ

เวลาเราใช้งานนอกบ้านไม่ว่าจะใช้งานกล้อง หรือใช้งานทั่ว ๆ ไป หรือเปิดแสงหน้าจอขึ้นมาจนสุด เพื่อใช้งานกลางแดด สิ่งที่แก้วต้องชมจริง ๆ ก็คือ การจัดการความร้อน และ แสงหน้าจอที่ไม่ดรอปลงมาเลย วันที่แก้วไปถ่ายภาพ คือ เปิดแสงจอสุดตลอดเวลา ยาว ๆ 4-5 ชั่วโมง ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลย

สำหรับในเรื่องของการเล่นเกม Snapdragon 7 Gen 3 นั้น สามารถจะเล่นเกมได้ค่อนข้างหลากหลาย และลื่นไหล กว่าสมาร์ทโฟนในระดับราคาเดียวกัน ที่ใช้ Chipset จากฝั่ง Dimensity ทั้งความเข้ากันได้ของ GPU และผู้ผลิตเกมโดยส่วนใหญ่ ที่มักจะ Optimize มาเพื่อ Qualcomm Chipset เป็นอันดับแรก ๆ อยู่แล้ว เรื่องนี้เลยหายห่วงมาก

อย่างเกมที่แล้วนำมาทดสอบเล่นก็จะเป็น เกมแนว MMORPG 2 เกม ได้แก่ Seven Knight 2 แล้วก็ Remember of Majesty ที่เพิ่งเปิดตัวออกมาแบบสด ๆ ร้อน ๆ เลยครับ แน่กราฟิก Setting ที่สามารถปรับได้ คือ สุดทุกอย่าง สำหรับ Seven Knight 2 เล่นได้เรื่อย ๆ เลย ความร้อนเฉลี่ยประมาณ ไม่ถึง 40 ํC

แต่ถ้าเป็น Remember of Majesty ถ้าเราปรับกราฟิกสุด แล้วไปอยู่ที่ Map ที่มีคนเยอะ ๆ หรือ Monster เยอะ ๆ อาจจะเจออาการ Frame ตกได้เหมือนกัน เมื่อเราปรับกราฟิกสูงสุดนะครับ ถ้าอยากเล่นแบบลื่นจริง ๆ ก็ปรับสัก Medium ก็จะเล่นได้แบบลื่น ๆ และใช้พลังงานน้อยลงด้วยนะครับ โดยอัตราการกินแบตโดยเฉลี่ยเวลาเล่นเกม จะอยู่ที่ 9% - 11% สำหรับ 2 เกมที่แก้วเล่นนะ

ในส่วนของ Battery Life ของ vivo V30 5G คือ Beyond ไปอีกระดับจาก vivo V29 5G เลย ถ้าเป็นวันที่แก้วใช้งานทั่วไปมาก ๆ แค่เล่น Social , ดูหนัง , เล่นเกม นิดหน่อย SOT ที่ทำได้อยู่ที่เกือบ 8 ชั่วโมง โดยที่ แก้วไม่ได้ชาร์จแบตเตอรี่ไว้เต็มด้วยซ้ำ

ความเร็วในการชาร์จ จาก 0% - 100% ทำได้อยู่ที่ประมาณ 50 นาที ด้วยกำลังไฟสูงสุดที่ 80W นะครับ

 
OVERVIEW & OPINION

vivo V30 5G ในมุมมองของแก้ว เป็นเหมือนการยกเครื่อง และ Set มาตราฐานใหม่ให้กับ vivo V Series ทั้งในเรื่องของ Performance ตัวเครื่องที่ปรับปรุงให้ใช้งานได้หลากหลายกว่าเดิม คุมความร้อน และการจัดการแบตเตอรี่ได้ดีน้อง ๆ เรือธง รวมไปถึง Hardware กล้องถ่ายภาพ ที่ดีที่สุดที่ vivo V Series เคยทำมาเลย

การออกแบบภายนอกตัวเครื่อง ได้รับการปรับปรุงส่วนบริเวณฝาหลัง และโดยเฉพาะส่วน Module กล้อง ให้มีความบางลง ขนาดเล็กลง Design ของไฟ Aura Light 3.0 มีขนาดใหญ่ขึ้น แต่จัดวางมาได้ลงตัว ดูเรียบง่ายไม่ฉูดฉาดจนเกินไป รวมไปถึง สีตัวเครื่อง ที่ได้แรงบันดาลใจ จากสิ่งที่อยู่ในธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น สีขาวมุก Shell White จากเปลือกหอยมุก หรือสีเขียวน้ำทะเล Green Sea ที่ให้ความรู้สึกที่แตกต่าง แต่หรูหราเหมือนกันทั้งคู่


ตัวหน้าจอยังมีขนาดเท่ากับรุ่นที่แล้ว ก็คือ 6.78 นิ้ว เรียกได้ว่า เป็นขนาดหน้าจอสามัญประจำ vivo ในปีนี้เลย จะรุ่นกลาง รุ่นเรือธง ให้หน้าจอมาใหญ่สะใจเสมอ และไม่ใช่แค่นั้น คุณภาพของ Panel หน้าจอก็ดีไม่แพ้กัน ใช้หน้าจอแบบ AMOELD Display 1.5K Refresh Rate 120Hz 458 PPI รองรับการแสดงผล HDR ในทุก Application และเพิ่มความสว่างหน้าจอสูงจุดไปที่ 2800nits ที่สามารถเปิดแสงหน้าจอสุด กลางแจ้งได้ยาวนานกว่าเดิม


ส่วนของกล้องถ่ายภาพ ก็ยกเครื่อง Sensor ชุดกล้องหลังใหม่หมด ให้ทันสมัยขึ้น กล้องหลักใช้ OV50e และ หมดยุค Ultra Wide Angle 8MP ในรุ่นกลางแล้ว เพราะ vivo ได้เอา ISOCELL JN1 ความละเอียด 50MP พร้อม Autofocus ที่เป็นตัวเดียวกับ ที่ใช้ใน vivo X100 Series 5G มาประจำการเรียบร้อย ที่อาจจะต้องมีการปรับ Software อีกนิดหน่อย แต่พื้นฐานมาดีมากกว่าเดิมแล้ว กล้องหน้าก็ยังใช้ตัวโหดตัวเดิม ISOCELL JN1 เช่นกันครับ

ราคา และช่องทางการจัดจำหน่าย vivo V30 5G
  • - vivo V30 5G 12GB+256GB ราคา 14,999 บาท

  • - vivo V30 5G 12GB+512GB ราคา 17,499 บาท

- เริ่มจำหน่าย 28 กุมภาพันธ์ 2567 รับฟรี V30 Series 5G Premium Gift Box

เคส 2 ชิ้น พร้อมสายคล้องสะพายข้าง รับประกันตัวเครื่องเพิ่มเป็น 2 ปี ประกันหน้าจอแตก 1 ครั้งภายใน 2 ปีแรก มูลค่า 10,499 บาท

 

[ ติดตาม Mobile Photographer ได้ที่ ]

IG : kaew.ravie


0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page