• แอดมินแก้ว

Vivo X50 Pro 5G ครบเครื่องที่สุด ที่ Vivo เคยทำมา

วันนี้แอดมินอยู่กับ Vivo X50 Pro 5G สุดยอด สมาร์ทโฟนตัวล่าสุดจาก Vivo ที่แฟนๆ และหลายคนจับตามอง เพราะมันคือการกลับมาของ X-series ที่เคยสร้างความฮือฮาทุกครั้ง ที่มันได้ออกตลาด แอดมินได้ลองใช้งานมาสักพักหนึ่งแล้ว บอกได้คำเดียวว่า . .

X50 Pro 5G คือ Smartphone ที่ ครบเครื่องสุดๆ แล้ว ที่ Vivo เคยทำมาเลย

เริ่มกันที่ Package ของ Vivo X50 Pro 5G กันก่อน เลย สิ่งหนึ่งที่เราเห็นได้ชัดเจน มันดู " Premium " มากๆ ไม่ต่างจาก Series NEX ที่เป็นตัวโชว์ Innovation ของ Vivo มีความใส่ใจรายละเอียดในส่วนต่างๆ

Vivo X50 Pro 5G Specification

Vivo X50 Pro 5G รันด้วย Qualcomm Snapdragon 765G ชิปเซ็ตยอดนิยม ที่การันตีได้เรื่องความแรง ความเสถียร และประหยัดพลังงาน มาพร้อม RAM 8GB แบบ LPDDR4X ในส่วนของ ROM ความจุ : 128GB / 256GB (UFS 2.1)

  • แบตเตอรี่ : 4,315 mAh รองรับชาร์จไว 33W

  • ระบบปฏิบัติการ : Funtouch OS 10.5 บน Android 10

  • Bluetooth 5.1, A2DP, LE, aptX HD

  • NFC

  • USB Type-C

คำว่า Photography. Redefined. ถูกสกรีนลงไปบนกล่อง

เป็นการบ่งบอกว่า Vivo X50 Pro 5G ตัวนี้ คือการันตีได้เลยว่า เทคโนโลยีในการถ่ายภาพเนี่ย ถูกทำขึ้นมาเป็นอย่างดี มีฟีเจอร์การถ่ายภาพที่มากขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ แน่ๆ (จริงๆ รุ่นก่อนหน้านี้ก็จัดเต็มกันตลอด)

อุปกรณ์ภายในกล่องมีดังต่อไปนี้
  • หูฟังแบบ Port USB-C ไม่ใช่ 3.5 นะครับ

  • สายชาร์จ แบบ USB-C

  • Adapter Vivo FlashCharge 2.0 33W

  • Case ใส (ไม่หนามาก กำลังดีจับถนัด)

มาดู Design ของตัวเครื่องกันบ้างครับ Highlight ส่วนของ Design รุ่นนี้แก้วยกให้ " ฝาหลัง " Vivo X50 Pro 5G เป็นการทำสีแบบพิเศษที่เรียกว่า " Dual Tone Step " ไล่สีสันแบบ Soften นุ่มนวล

หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.56 นิ้ว ด้วยการออกแบบหน้าจอโค้งแบบ 3D ที่บางและเบา นอกจากนี้ยังมี กล้องหน้าความละเอียด 32MP ที่มีรูกล้องขนาดเล็กเพียง 3.96mm เพื่อมอบพื้นที่หน้าจอแสดงผลที่กว้างมากขึ้น และเพื่อให้มุมมองที่ยอดเยี่ยม

หน้ามี Refresh Rate 90Hz และ 180Hz Response Rate การ Touch ไหลลื่น ใช้งานได้ประสบการณ์ที่ Smooth ดีมาก

ขนาดตัวเครื่องที่บางเพียง 8.04mm Smartphone 5G หลายตัวยังไม่บางเท่านี้ น้ำหนัก 181.5 กรัม เท่านั้นเอง ถือว่าเป็น Smartphone 5G ที่บาง และเบา เป็นอันดับต้นๆ ของโลกเลย

ชุดกล้องหลักของ Vivo X50 Pro 5G

- กล้องหลัก Sensor IMX 586 / f1.6 ความละเอียด 48MP | พร้อม PDAF, Gimbal OIS

- กล้อง Ultra-wide + macro 8 MP (f/2.2) (โฟกัสใกล้สุด 2.5cm) องศารับภาพ 120 ํ

- กล้อง Portrait 13 MP (f/2.5), ความยาวโฟกัส 50mm (Optical 2x)

- กล้อง Periscope Telephoto 8 MP (f/3.4), ความยาวโฟกัส 135mm (Optical 5x) พร้อม OIS

- Flash LED Dual Tone 3 ดวง


รุ่นนี้จัดเต็มจริงๆ เรื่องกล้อง ถึงขนาด สกรีนไว้ด้านบนเครื่องว่า Professional Photography ไม่เสียเวลา ไปชมภาพจากกล้องดีกว่าครับ

เริ่มออกเดินทางไปถ่ายรูปกัน ทดสอบความกว้างของ Ultra Wide 120 ํ กว้างเห็นห้องโดยสารเยอะเลย

ขับรถไปต่างจังหวัด พอเข้ามาโซนชนบท รถแทบไม่มี เลยขอแชะ รูปบรรยากาศสวยๆ ระหว่างทาง ด้วยกล้องหลัก ต่อให้รถจะสั่นขนาดไหน ตัว Gimbal ก็ช่วยให้ภาพนิ่งได้ ไม่มีสั่น คมๆ ไปเลย แถมสีสันสดใสดีมากๆ

กล้องหลักบน Sensor IMX586 คือ มั่นใจได้ในเรื่องของ Quality ของภาพได้เลยจริงๆ Dynamic Range ดี ความคมก็ดี เป็นอีกหนึ่งเซนเซอร์ที่ Flagship หลายๆ ค่ายเลือกใช้จริงๆ

ลองถ่ายด้วย Mode 48MP แล้วมาลอง Crop 300% ให้ดูตามภาพนี้ รายละเอียดยังอยู่ครบเลยครับ ใช้งานได้จริง ไม่ต้องห่วง

คืนนี้จะลงหลักปักฐานที่นี่เพื่อรอถ่ายภาพดาว ด้วย Astro Mode อีกหนึ่งหนึ่งโหมดถ่ายภาพ Highlight ของ Vivo X50 Pro 5G ตอนนี้ ระหว่างรอฟ้ามืด อาทิตย์ตกกำลังสวย เลยถ่ายย้อนแสงด้วย HDR มาให้ชม 2 ระยะครับ คือ Ultra Wide Angle และ Optical 5x

เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ในขณะที่กำลังตั้งกล้องถ่ายดาวอยู่

เห็นสายฟ้าตรงนั้นไหมครับ ? ใช่แล้วครับ ฝนตกนั่นเอง สงสัยคืนนี้อีกยาวไกล

ค่อยๆ รอให้เมฆเหล่านั้นผ่านพ้นไป เปิด Astro Mode ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที เราก็เริ่มเห็นดาวแล้วครับ

ผ่านไปจนถึงเวลาสักประมาณ ตี 2 ครึ่งได้ ในที่สุดแอดมินก็ได้ภาพนี้ ด้วย Astro Mode มาจนได้ครับ

หลักการทำงานของ Astro Mode

โหมดนี้ กล้องทำงานได้ค่อนข้างฉลาดทีเดียว โดยกล้องจะล็อกสภาพแสงที่พอดีแล้วเอาไว้ แล้วค่อยๆ ลากชัตเตอร์เติมแสงในส่วนมืดของภาพเข้ามาเรื่อยๆ จนเห็นดาวเต็มฟ้า แบบนี้ โดยที่ส่วนอื่นของภาพไม่ Over ไปซะก่อน ซึ่งสะดวก กว่าการใช้ Mode Pro มากๆ เลยครับ

ตื่นเช้ามาก็เจอร่องรอยของ ฝนที่กระหน่ำลงมาเมื่อคืน หยดน้ำบนใบบัวนี้ แก้วใช้ เลนส์ Ultra Wide Angle ที่ถ่ายได้ใกล้สุด 2.5 cm คมมาก มี Depth ฉากหลังที่สวยงามทีเดียว

ระหว่างจะออกเดินทางกันต่อ ก็ไปเจอเข้ากับ ถนนสวยๆ ที่มีต้นไม้ตั้งเป็นแนวสุดลูกหูลูกตา

เลยเก็บภาพถ่ายด้วยโหมด Panorama มาฝากครับ เก็บถนนได้ทั้งเส้นเลยทีเดียว

ผลที่ได้ก็ตามภาพครับ สวย คม เหมือนเอา ภาพจาก กล้องหลักมาวางต่อกันเลย


ออกจากป่ามาหา Location สวยๆ ถ่าย Portrait กันดูบ้าง ว่าภาพจะออกมาดูดีขนาดไหน

แต่ก่อนอื่นของลองกล้อง ทั้ง 4 ระยะนี้ก่อน เรื่อง Quality ของกล้องเนี่ย ในระยะ 1x และ 2x รายละเอียด ความคมคือ ไม่ต้องเป็นห่วงเลย แถมสีสันยังใกล้เคียงกันด้วย (มือถือบ้างรุ่น กล้องสีไม่ตรงกัน)

แต่ในระยะ 5x เราเห็น Detail ลดทอนลงไปบ้างเล็กน้อย (ย้ำเล็กน้อย) และระยะสุดท้ายคือ Zoom เข้าไปสุดๆ ที่ 60x แบบ Hybrid คุณภาพก็ใช้ได้นะครับ ยังมองเห็นรายละเอียดได้อยู่ เส้นต่างๆ ยังชัด


เอาล่ะมาลองถ่าย Portrait กันดีกว่าครับ

เริ่มต้นกันด้วย เลนส์ Telephoto 2x ระยะ 50mm ที่ Vivo ได้ Design ขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อการถ่ายภาพแนวนี้ ซึ่งยอมรับเลยครับว่า " ทำดี " จริงๆ ไม่ว่าจะการเก็บขอบ การเบลอฉากหลัง โดยเฉพาะ Skin tone เนี่ย ดีงามจริงๆ

ใน Mode การถ่าย Portrait จริงๆ แล้วมีลูกเล่นที่หยิบมาผสมผสานได้อีกมากมายเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น ปรับรูปทรงของ Bokeh ได้เอง ปรับ Filter สีได้ ทันที และรวมไปถึง Beauty Mode อีกด้วย

โดยเราสามารถใช้ ฟีเจอร์ทั้งหมดนี้พร้อมกัน ในการถ่ายภาพบุคคล

เป็นกล้อง 50mm ที่ถ่ายภาพ บุคคลสนุกจริงๆ เบลอหลังดี เกลี่ยผิวสวยธรรมชาติ

Software ในการเก็บขอบการเบลอ และ ละลายฉากหลัง ทำดีขึ้นมากจริงๆ อยากให้สังเกตส่วนของเส้นผม ที่โดนลมปลิว จะสามารถเก็บรายละเอียดได้เป็นเส้นๆ

แน่นอนว่า AI Portrait Color ก็ยังมีมาให้เหมือนเดิม แถมยิ่งทำงานได้ดีกว่าเดิมซะอีก อย่างภาพนี้ ถ่ายย้อนแสง แล้วใส่ Rainbow Effect เข้าไป แต่หน้านางแบบไม่มืดเลยแม้แต่น้อย ทำดีจริงๆ ครับ

ลบสีฉากหลังได้ตัวแบบเด่นด้วย Monochrome หรือ Studio Light เติมแสงให้ตัวแบบ ก็ทำได้สวยงาม

มาลองดูภาพจากกล้องของ 32MP ของ Vivo X50 Pro กันบ้างครับ

สิ่งที่เห็นได้ค่อนข้างชัดเจนเลยก็คือ กล้องหน้ามี Dynamic Range ที่ดีขึ้น เห็นรายละเอียดของ ฉากหลังในภาพ แม้เราจะใช้ Software เบลอมันออกไป การเก็บขอบ ทำได้ดี พอๆ กับกล้องหลัง

การเกลี่ยผิว และ Skin tone ทำได้ดีทีเดียว White Balance ในกล้องหน้า จะ Sensitive กับสภาพแสงนิดหน่อย ถ้าแสงเปลี่ยนนิดนึง สีของภาพก็จะเปลี่ยนไปเล็กน้อย อย่างภาพนี้เป็นช่วงเย็น ก็เลยจะติดเหลืองๆ นิดหน่อยครับ

และแน่นอนว่า สามารถใช้ AI Portrait Lighting ได้ที่กล้องหน้าเช่นเคยครับ

ยังมีอีกหนึ่งโหมดถ่ายภาพใหม่ ที่น่าสนใจสำหรับ Vivo X50 Pro นั่นก็คือโหมด Pro Sport ที่เน้นถ่ายภาพแบบ Fast Shutter Speed Capture สิ่งที่เคลื่อนไหวเร็วๆ ให้หยุดนิ่งได้ แต่ต้องอยู่ในสภาพแสงที่พอเหมาะ หรือกลางแจ้งหน่อยนะครับ


อย่างภาพนี้แอดมินเอาโหมดนี้ไปดักถ่ายเครื่องบินอยู่ ใกล้ๆ สนามบินสุวรรณภูมิ ตอนกำลัง Take Off

เป็นุมมใต้ทองที่เครื่องบิน บินผ่านเราไปขณะจะ Landing ก็ถ่ายเอาไว้ได้ทัน สบายๆ ไม่มี Motion Blur

มากันที่ Highlight ของรุ่นนี้ที่แก้วรู้สึกว่ามันน่าสนใจมากๆ ก็คือ Night Mode ของ Vivo X50 Pro ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่


สิ่งที่น่าสนใจใน Night Mode คือ มันไม่ใช่การเพิ่ม Clarity ในภาพ และเพิ่มความสว่าง แต่มันคือการ ลากชัตเตอร์จริงๆ ทำให้ได้ภาพคม และเกิด Motion ที่สวยงามในภาพได้แบบนี้ครับ

มันเป็น Experience ใหม่ที่หาใน Night Mode รุ่นอื่นๆ ไม่ได้ บางค่ายอาจจะมีลากชัตเตอร์เหมือนกัน แต่ด้วย Gimbal ในกล้องหลัก มันทำให้เรา ถือถ่ายได้สะดวกมากๆ โยนขาตั้งกล้องทิ้งไปเลย

และตามคำเรียกร้องของ แฟน Vivo หลายคน กล้อง Ultra Wide Angle ใช้ Night Mode ได้แล้วนะครับ


อีกหนึ่ง Features แอบซ่อนอยู่ที่หลายคนอาจจะข้ามมันไป คือ Style ของภาพถ่ายที่เราสามารถกดเลือกได้ เฉพาะใน Night Mode เท่านั้น

บางคนชอบโทนสีแบบ Futuristic , Orange & Teal , Cyberpunk ฟ้าม่วงๆ ก็สามารถเลือกมาใช้ถ่าย จบหลังกล้องได้เลยง่ายๆ ไม่ต้องไปนั่งแต่งเอง

มาลองกล้องหน้าเวลากลางคืนกันบ้างครับ แหม่ สว่างยังกะ กลางวันกันเลยทีเดียว แถมเรื่องปรับผิวหน้าเนียน Skin tone สวยก็ยังทำได้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะสภาพแสงแบบไหน

เปรียบเทียบการใช้โหมด Portrait กล้องหน้าแบบละลายฉากหลัง ส่วนใบหน้าเนี่ย ไม่ต้องเป็นห่วงเลยเรื่องรายละเอียด แต่เราจะเห็นว่า รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบเส้นผม Night Mode ในกล้องหน้าจะได้รายละเอียดที่ดีกว่า แต่ก็ใช้งานได้ดีทั้ง 2 โหมดครับ

ถ้าอยากรู้ว่าในที่มืดสุดๆ Night Mode ของ Vivo X50 Pro 5G จะเอาอยู่ไหม ภาพนี้คือ ถ่ายในถ้ำ ที่แสงน้อยมากๆ เลยล่ะครับ ยังออกมาคมชัด Pixel ไม่เละ ไม่วุ้นได้ขนาดนี้

ตัวอย่าง ภาพจาก Night Mode ของ Vivo X50 Pro 5G ทำได้ขนาดนี้ ก็เพราะมี Gimbal ช่วยให้เราสามารถถือถ่าย Handheld ได้ง่ายๆ ไม่ต้องพกขาตั้งกล้องนี่แหละครับ


ลากยาวใช้งานถ่ายภาพมาตลอดทั้งวัน เรื่อง Charge แบตเตอรี่ไวเนี่ย ช่วยแก้วได้มากจริงๆ กับ Vivo FlashCharge 2.0 33W ซึ่งใช้เวลา 20 นาทีก็ขึ้นมาเกือบๆ 40% ได้เลยนะ ใช้งานต่อเนื่องได้ทันที

ก่อนนอน อยากจะฟังเพลงผ่อนคลาย สบายๆ Vivo X50 Pro 5G ก็มี Chip เสียงจาก AK4377A Hi-Fi Sound chip ที่ให้คุณภาพเสียงระดับ Studio ยิ่งถ้าใช้คู่กับหูฟัง Vivo TWS Neo ก็จะดื่มด่ำกับประสบการณ์ได้อีกขั้นหนึ่งเลยครับ

สำหรับ Vivo X50 Pro 5G ในมุมมองของแก้ว นี่คือ จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ Vivo ที่เป็นการยกระดับ ผลิตภัณฑ์ และแบรนด์ของตัวเองขึ้นในทุกๆ ด้าน โดยใช้ฟีเจอร์การถ่ายภาพ ทั้ง Gimbal , Astro Mode , Telephoto 2x คุณภาพสูง และ Night Mode มา Lead ความน่าสนใจในส่วนอื่นๆ เช่น หน้าจอ 90 Hz การรองรับ 5G หรือคุณภาพ Chip เสียงแบบ HIFI

สำหรับแก้วเอง Vivo X50 Pro 5G คือ Smartphone ที่ดีที่สุดจาก Vivo ที่แก้วเคยได้ใช้มาเลยครับ

เป็นเจ้าของกันได้แล้ววันนี้ที่ Vivo Brand Shop ทั่วประเทศ และตัวแทนจำหน่าย โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 2X,XXX บาทเท่านั้น แถมยังมีโปรโมชั่นดีๆ และของสมมนาคุณจาก Vivo แถมให้อีกเพียบ ไปจับจองกันได้เลยครับ

[ ติดตาม Mobile Photographer ได้ที่ ]

Fanpage : https://www.facebook.com/mobile.fotographer

IG : kaew.ravie

#Mobilephotographer #โมบายโฟโตกราฟเฟอร์

#ถ่ายรูปด้วยมือถือ #VivoX50Pro5G #Vivo

  • White Facebook Icon
  • White Instagram Icon
About us

MobilePhotographer คือ Community ของคนชอบถ่ายภาพ ด้วยมือถือ มี Content | Review Smartphone | Review ท่องเที่ยว | รวมไปถึง Photography Tips เพียบ

 

Read More

 

Follow us on
  • White YouTube Icon
  • White Facebook Icon

© 2017 by MobilePhotographer | ประเทศไทย | Email : sitthikitrv@gmail.com