top of page
  • รูปภาพนักเขียนแอดมินแก้ว

Xiaomi 13T Pro | Masterpiece จาก Xiaomi ที่พร้อมให้คุณใช้สร้างงานชิ้นเอกได้ทุกวัน


ต้องบอกว่า วันแรกที่แก้วได้จับเครื่อง Xiaomi 13T Pro ถึงกับทำแก้วยิ้มมุมปากเลย เป็น Xiaomi T Series ที่ให้ความรู้สึก ดูหรูหรา ดูแพงมากกว่าที่ตาเห็นมาก ๆ การจับถือกระชับมือ ให้ Feeling ที่ดี ไม่เหมือนสมาร์ทโฟนที่ราคาเริ่มต้นที่หมื่นกลางเลย

สีฟ้า Alpine Blue ที่อยู่บนหนัง BioComfort Vegan Leather ที่นุ่มนวล ผสานกับ Frame ตัวเครื่องทำจาก Aluminum ที่มีความแข็งแรง จนกลายเป็น สมาร์ทโฟนที่มี Build Quality ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในระดับราคานี้ แถมยังกันน้ำกันฝุ่น IP68 ด้วยนะครับ

CAMERA : กล้องถ่ายภาพ

เรามาทำความรู้จักชุดกล้องของ Xiaomi 13T Pro เราต้องมารู้จักหน้าตา และคุณภาพของ Sensor กล้องถ่ายภาพในรุ่นนี้กันก่อน ว่า น่าสนใจมากแค่ไหน ซึ่งแก้วบอกเลยว่า ในช่วงราคานี้ หาตัวจับได้ยากมาก ๆ

  • - Main Camera 50MP | f/1.9 | IMX707 | AF, OIS , ALD

  • - Telephoto 2x 50MP | f/1.9 | OV50D | AF

  • - Ultra Wide Angle 12MP | f/2.2 | OV138 | Fix-Focus

นอกจากในส่วนของ Hardware ตัวกล้อง ที่ทาง Xiaomi จะจัดเต็มมาให้แล้ว เพื่อให้ภาพถ่ายมีสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ และถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกได้ดี Xiaomi ได้ใส่ LEICA PHOTOGRAPHIC STYLE มาให้แบบเยอะมาก ๆ แต่ละตัวก็มีลูกเล่น มีวิธีการใช้ที่แตกต่างกันออกไป จะมีอะไรบ้าง มาดูกันครับ

LEICA WATERMARK & LEICA IMAGES FRAME

Xiaomi 13T Pro นั้น มาพร้อมกับ ลายน้ำใหม่จาก Leica ที่เท่มาก ๆ มีจุดแดง Logo Leica และข้อมูลภาพถ่าย ทั้งการตั้งค่ากล้อง ISO | Shutter Speed | ระยะเลนส์ | รูรับแสง ซึ่งเราสามารถเลือก ปิด/เปิด ได้ด้วยตัวเอง

ในบางครั้งที่เราถ่ายภาพมา แล้วลืมเปิดลายน้ำ ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็ต้องเข้าไปเปิดก่อน แล้วค่อยกดถ่ายภาพ แต่ตอนนี้ ไม่จำเป็นแล้วครับ เพราะว่า Xiaomi 13T Pro ได้เพิ่ม Frame ภาพจาก Leica มาให้เราสามารถเลือกเปิดภายหลังได้จากการ Edit ภาพใน Gallery โดยที่มีให้เลือกหลากหลายแบบมาก ๆ

LEICA LOOK

ใน Xiaomi 13T Pro ได้มีการใส่ Leica Look มาให้เราเลือกใช้ด้วยกันทั้งหมด 2 Tone ได้แก่

Leica Authentic และ Leica Vibrant ซึ่งทั้ง 2 ตัวนี้ จะมี Character ภาพที่ได้แตกต่างกันค่อนข้าง

ชัดเจน

ใครที่ชอบ ภาพโทนธรรมชาติ มี Dynamic Range ที่กว้าง สีไม่สดมาก แนะนำ Leica Authentic

แต่ถ้าใครชอบภาพที่มันดูมีความสดใส มี Contrast ที่เข้มนิดหนึ่ง Leica Vibrant คือคำตอบเลยครับ

นอกจาก Leica Leica Look ที่เราปรับได้ตอนที่ถ่ายภาพแล้ว ยังมี Leica Color Filter ที่เราสามารถ

มาเลือกปรับภายหลังได้ด้วยนะครับ โดยจะมี Leica vivid | Leica Natural | Black & White Natural

Black & White High Contrast | Leica Sepia | Leica Blue

โดยตัว Filter ที่เขามีให้เลือกใช้นั้น นอกเหนือจากของ Leica ก็จะมี Filter Original จากทาง Xiaomi ด้วย ซึ่งต้องบอกว่าสวยไม่แพ้กันเลย ใครที่ใช้ Leica Tone จนเบื่อแล้ว อยากเปลี่ยนบรรยากาศ ก็เลือกจากตรงนี้ได้เลยครับ

ซึ่งถ้าให้แก้วเลือกได้ 2 ตัวที่ชอบที่สุด ก็จะเป็น Leica Natural และ Black & White Natural

ฟีลลิ่ง ของภาพที่ได้ จะเป็นธรรมชาติ ดูนวล ๆ ให้ ฟิลลิ่งเหมือนกล้องจริง ๆ ดีครับ แต่จริง ๆ แล้ว

Leica Look ทั้ง 2 ตัวนั้น ไม่ได้มีการ Process ภาพเข้ามาหนัก ทำ HDR และ Sharpness เบา ๆ

เท่านั้นเองครับ

LEICA MASTER LENS SYSTEM

Xiaomi 13T Pro ได้นำประสบการณ์การถ่ายภาพ ด้วยเลนส์ Leica ที่แต่ละตัวนั้นจะมีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นของตัวเอง มาสร้างเป็น LEICA MASTER LENS SYSTEM 3 รูปแบบ 3 ระยะด้วยกัน ได้แก่

  • Documentary | 35mm | องศารับภาพกว้าง ละลายหลังไม่เยอะมาก

  • Swirly Bokeh | 50mm | ระยะกำลังดี ถ่าย Portrait สวย ถ่ายสตรีทได้ฟีล

  • Soft Focus | 90mm | เน้นฟีลลิ่ง เน้นความรู้สึก ต้องระยะนี้

การเปิดใช้งาน LEICA Master Lens system นั้น ทำได้โดยการเข้าไปที่ Mode Portrait แล้วสังเกต icon รูป เลนส์กล้อง นะครับ เมื่อกดแล้ว ก็จะเป็นการเปิดเมนูขึ้นมาให้เราเลือกใช้

สำหรับ Leica Lens ในรูปแบบ Documentary 35mm นั้น จะเป็นระยะที่แก้วชอบใช้เก็บบรรยากาศใน ภาพรวม ของสถานที่ โดยไม่ได้พยายามจะเจาะเข้าไปที่ Subject ใด Subject หนึ่งมากนัก ซึ่งจะมีการเบลอฉากหลังแบบเบา ๆ ด้วย ช่วยให้ภาพมีมิติมากขึ้น

นอกจากนั้น ด้วยระยะ 35mm เป็น Focal Length ที่มีความใกล้เคียงกับ ระยะสายตาของมนุษย์ที่สุด ไม่แคบ และไม่กว้างจนเกินไป ทำให้มี Perspective ที่ตรงกว่า เวลาเราจัดวางสิ่งต่าง ๆ ในภาพจะได้ สัดส่วนภาพที่ใกล้เคียงความจริงมากกว่า การถ่ายภาพในระยะปกติที่ 1x ( 24mm ) ถ่ายตึกไม่เบี้ยว ถ่ายคนไม่บวม

มาต่อกันที่ Swirly Bokeh ในระยะ 50mm ซึ่งเป็นระยะที่เหมือนทาง Xiaomi ออกแบบมาให้เราใช้ ระยะนี้บ่อย ๆ เพราะ ตัวกล้อง Telephoto 2x ที่ใส่มา ก็มี Focal Length ที่ 50mm เป๊ะ ๆ ไม่ได้มีการ Hybrid Zoom เพิ่มเติมใดใด

และ แน่นอนว่า ดูแค่แว่บเดียวเท่านั้น เราก็รู้แล้วว่า ระยะนี้แหละ คือระยะที่เหมาะกับการถ่ายภาพ Portrait มากที่สุดแล้ว เพราะว่าการละลายฉากหลังใน Mode นี้ Bokeh จะหมุนวนสวยงาม และทาง Xiaomi ก็ได้ปรับปรุง Software การตัดขอบมาให้แม่นยำมากขึ้นกว่า Generation ที่แล้ว อย่างชัดเจน

เวลาเราถ่ายภาพ Portrait ด้วยระยะ 2x ใน Mode Swirly Bokeh นั้น ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีลูกเล่นในเรื่องของ Beauty Software ขึ้นมาให้เราปรับ แต่แก้วบอกเลยว่า Skintone และความเรียบเนียนของผิว คือ ดูเป็นธรรมชาติมาก มันเหมือนกับใช้กล้องถ่ายภาพจริง ๆ ถ่ายเลย

ลักษณะของ Bokeh ที่ขึ้น ก็จะไม่ขึ้นกระจายไปทั่วในทั้งภาพ เหมือนสมาร์ทโฟนทั่ว ๆ ไป แต่ Algorithm ของ Software Bokeh จะสร้างเม็ด Bokeh ขึ้นในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกับการเกิด Bokeh ด้วยเลนส์กล้องจริง ๆ มากที่สุด

รวมไปถึงตัว Leica Master Lens System นั้น นอกจาก จะนำมาถ่ายบุคคลแล้ว เรายังสามารถใช้ในการถ่ายภาพสิ่งของอื่น ๆ โดยที่ตัว Software ในการสร้าง DOF สามารถสร้าง Bokeh ออกมาได้สวย สมจริง ไม่แพ้กับการถ่ายบุคคลเลยครับ

ปิดท้าย Leica Master Lens System กันด้วย Soft Focus ในระยะ 90mm ตัวนี้กันบ้างครับ จริง ๆ แล้วต้องบอกว่าเป็นระยะที่ค่อนข้างไกลนิดหนึ่ง ผู้ถ่ายอาจจะต้องเดินถอยหลังออกมาเพื่อให้ได้ Frame ที่สวย แต่แก้วบอกเลยว่า คุ้มค่าครับ

ลักษณะของตัว Soft Focus นั้น คือ ภาพจะมีความนวล ๆ ชวนฝัน เหมือนกับเราถ่ายภาพด้วยกล้อง แล้วใส่ Filter ที่เรียกว่า Black Mist ที่ราคาแพง ๆ เลยครับ เหมาะกับการนำมาถ่ายภาพ Portrait ก็ได้

หรือ จะเอาไปถ่ายภาพ Street Candid คนที่อยู่ในระยะที่อยู่ไกล ๆ ได้ง่าย และไม่รบกวนแบบจนมากเกิไปด้วยครับ

เวลาเราถ่ายภาพบุคคลที่กำลังเคลื่อนไหว ก็ไม่ต้องกลัวว่า ภาพจะเบลอ เข้าโฟกัสไม่เข้านะครับ เพราะว่า ระบบ ProFocus และ Motion Tracking ยังทำงานเต็มประสิทธิภาพ ในการถ่ายด้วย Leica Master Lens System ทุกตัว เหมือนภาพนี้แก้วให้นางแบบขึ้นไปเล่นม้าหมุน แล้วรอจังหวะถ่ายอยู่ด้านล่าง ก็ได้ภาพที่คมชัด ไม่มี Motion Blur เหมือนยืนถ่ายปกติเลยครับ

อีกหนึ่งสิ่งที่ถือว่า เป็นจุดเล็ก ๆ ที่ทรงพลังมาก ๆ สำหรับคนถ่ายภาพ ก็คือ ProFocus ที่มีความแม่นยำมาก ๆ ทำงานกับ Software ตัวกล้องที่ควบคุม Shutter Speed ได้อย่างชาญฉลาด ต่อให้ Subject จะเคลื่อนที่เร็วแค่ไหน ? ก็จะยังได้ภาพที่คมชัดเสมอ

LOW LIGHT PHOTOGRAPHY

อีกหนึ่งสิ่งที่แก้วค่อนข้างจะคาดหวังมาก ๆ กับ Xiaomi 13T Pro ก็คือ การถ่ายภาพ Portrait ในที่แสงน้อย เพราะว่าตอนที่ได้เห็น Spec ตัว Sensor ที่ขนาดใหญ่ใช้ได้ มาจับคู่กับ เลนส์ที่มี f/stop ต่ำเพียง f/1.9 คิดว่าต้องออกมาดีมากแน่ ๆ และมันก็ดีมากจริง ๆ ครับ

หรือ ในที่แสงน้อยที่สภาพแสงมัน Complicate มาก ๆ เช่น มีการย้อนแสงเพิ่มเติมด้วย ตัว Software Auto HDR ก็สามารถที่จะปรับส่วนใบหน้าให้สว่างขึ้น และ Balance ความสว่างของส่วนต่าง ๆ ในภาพได้กำลังเป็นธรรมชาติดีครับ

การถ่ายภาพช่วงเวลากลางคืน หรือในที่แสงน้อย ด้วย Night Mode เราจะสามารถเลือกกล้องได้ทุกกล้องเลย และคุณภาพของไฟล์ภาพที่ได้ ทั้งรายละเอียด การจัดการ Noise ทำออกมาได้ดีมาก ๆ แก้วชอบที่เขาไม่พยายามทำให้ภาพดูสว่างจนเกินไป ให้กลางคืน ดูเป็นกลางคืนจริง ๆ

ถ้าสถานที่ที่เราถ่ายภาพช่วงกลางคืนนั้น มีแสงไฟสวย ๆ ประดับอยู่ แก้วแนะนำให้ลองสลับ Leica Look มาใช้ Leica Vibrant ร่วมกับ Night Mode สีสันที่ได้จะสวยมาก มีความสดขึ้น แต่ Detail ไม่จมเลย

RAW FILE PERFORMANCE

ปิดท้ายกันด้วยการเอาใจสาย Professional กันสักนิดหนึ่งครับ ด้วย RAW File ใน Xiaomi 13T Pro ซึ่ง เราสามารถจะถ่ายภาพด้วย RAW File นั้น ได้ในทุกกล้องเลย โดยที่ตัว RAW File จะเป็นแบบ Sensor RAW ที่มีความยืดหยุ่นในการ Process ไฟล์ค่อนข้างสูง มี Noise ที่ต่ำ

และ ด้วยความที่กล้อง Telephoto 2x ที่ใช้ Sensor OV50D นั้น ให้คุณภาพไฟล์ แทบจะไม่ต่างจากกล้องหลัก ทำให้ในบางครั้ง เราก็สามารถจะใช้ เลนส์ตัวนี้ถ่ายภาพ Portrait ออกมาในรูปแบบของ RAW File เพื่อนำมา Process Tone ภาพเองใหม่ได้ภายหลัง

เหมาะกับการจะใช้ในการถ่ายภาพ Landscape ที่ต้องการนำมาปรับแต่งโดยละเอียดภายหลัง

หรือว่าเวลาถ่ายภาพ Portrait แล้วอยากจะได้ไฟล์ดิบที่มี Dynamic Range สูง ๆ เอามาใช้งานต่อ RAW File ใน Xiaomi 13T Pro ตัวนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับ

อีกหนึ่งจุดที่อาจจะไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของ ตัวการถ่ายภาพโดยตรง แต่มันทำให้ Experience ที่ได้ระหว่างการใช้งานกล้องนั้นดีมาก ก็คือ ความสว่างหน้าจอสูงสุด นั่นเองครับ โดย Peak brightness อยู่ที่ 2,600 nits เราสามารถจะเห็นรายละเอียดบนหน้าจอ ได้ในทุกสภาวะแสง อย่างชัดเจน แดดช่วงบ่าย ๆ ที่ว่าแรง ๆ ก็เอาหน้าจอของ Xiaomi 13T Pro เครื่องนี้ไม่ลง

OVERVIEW & OPINION

Xiaomi 13T Pro เป็นเหมือนการบรรจบกันของ สมาร์ทโฟนที่ราคาคุ้มค่า ประสิทธิภาพล้นเหลือ และ ประสบการณ์การถ่ายภาพระดับ Masterpiece ด้วย Leica Master Lens System ที่ให้มอบพลังให้ทุกคน สามารถสร้าง Shot ระดับ Masterpiece ของตัวเองได้ทุกวัน

ชุด Xiaomi 13T Pro จะมาพร้อมกับเลนส์ทั้งหมด 3 ระยะ กล้องหลัก ความละเอียด 50MP ใช้ Sensor IMX707 | กล้อง Telephoto ความละเอียด 50MP ใช้ Sensor OV50D | และกล้อง Ultra Wide Angle 12MP ใช้ Sensor OV138 ซึ่งแต่ละตัวนั้น จะได้รับการปรับจูนโทนสี และคุณภาพร่วมกับทาง Leica สีสันในแต่ละต้องจึงออกมาสวยงาม ใกล้เคียงกัน มั่นใจได้ทุกระยะ


นอกจาก Hardware ตัวกล้องจะยอดเยี่ยมแล้ว ใน Xiaomi 13T Pro รุ่นนี้ ยังได้ใส่ Software และลูกเล่นในกล้องถ่ายภาพมาให้เยอะมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็น Leica Master Lens System ลายน้ำ และกรอบภาพ Leica หลากหลายรูปแบบ และ โทนสีภาพสุด Unique จาก Leica ที่มีทั้ง Leica Authentic และ Leica Vibrant โทนสีขาวดำก็มี

รวมกับงาน Design ตัวเครื่องที่สวยงาม และประสิทธิภาพการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลื่นไหล ทำให้ Xiaomi 13T Pro ไม่เพียงแต่จะสร้างผลงานระดับ Masterpiece ให้กับทุกคนแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ Xiaomi สร้างออกมาได้อย่าง Masterpiece จริง ๆ ทั้งประสิทธิภาพ และราคา ครับ

พลังกล้องแน่นขนาดนี้ จะถ่ายภาพออกมาได้สวยแค่ไหน ? ไปชมกันเลยครับ

--------------------------------------------------

อ่านรีวิวอื่นๆ ของ โมบายโฟโตกราฟเฟอร์

Website : www.mobilefotographer.com

Instagram : https://www.instagram.com/kaew.ravie


0 ความคิดเห็น

Commentaires


bottom of page