top of page
  • รูปภาพนักเขียนแอดมินแก้ว

Xiaomi 14 Series | สุนทรียภาพแห่งการถ่ายภาพที่แท้จริง จัดเต็มที่สุดในครึ่งปีแรก ของ 2024

อัปเดตเมื่อ 27 พ.ค.

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปีนี้ Smartphone เรือธง ของ Xiaomi ไม่ว่าจะเป็น Xiaomi 14 หรือ Xiaomi 14 Ultra นั้น มีกล้องถ่ายภาพที่น่าประทับใจ ครบทุกมิติ มาก ๆ ตั้งแต่การเลือก Sensor คุณภาพสูงมาใช้ในทุกกล้อง และการพัฒนาชิ้นเลนส์ร่วมทาง Leica ไปจนถึง ไฟล์ภาพที่ได้ Adobe มา Certified

ไปจนถึงการมี Photography Kit ที่นอกจากจะช่วยเสริมลุค ให้ดูหล่อเหลามากขึ้น ยังเปลี่ยนความรู้สึกของการถ่ายภาพให้ใกล้เคียงกล้องมากขึ้น ด้วยปุ่ม Shutter และ Handle สำหรับการ Zoom ที่จัดวางตำแหน่งมาดี ใช้งานได้สะดวก

แก้วอยู่กับ Xiaomi 14 และ Xiaomi 14 Ultra มาร่วม ๆ 2 เดือนได้แล้ว วันนี้เรามาดูไปพร้อมกันว่า ทำไมแก้วถึงเลือกให้ Xiaomi 14 Series เป็น Camera Phone ที่ทรงพลังที่สุดในช่วงครึ่งปีแรกของ ปี 2024 นี้

กล้องถ่ายภาพที่ทรงพลังที่สุด ของ สมาร์ทโฟนเรือธง ในไทย

Xiaomi 14 และ Xiaomi 14 Ultra นั้น จะมี ชุดเลนส์ และ Sensor กล้องถ่ายภาพที่แตกต่างกัน โดยที่รุ่นน้องอย่าง Xiaomi 14 จะมีชุดกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว 3 ระยะ ใช้เป็น High Resolution Sensor ทั้งหมด

  • - Main Camera 50MP | f/1.9 | OVX9000 Light Fusion 1/1.31 | Laser & PDAF, OIS , ALD

  • - Telephoto 3.2x 50MP | f/2.0 | ISOCELL JN1 | 1/2.76 | OIS | PDAF

  • - Ultra Wide Angle 50MP | f/2.2 | ISOCELL | 1/2.76 | Fix-Focus

  • - Front Camera 32MP | f/2.0 | OmniVision OV32B |1/3.14 | Fix-Focus

ส่วนรุ่นพี่ จะมีชุดกล้องหลังทั้งหมด ถึง 4 ตัว และเป็น High Resolution Sensor เช่นเดียวกัน แต่กล้องหลักสามารถจะปรับ Physical Aperture หรือ รูรับแสงจริง ๆ ได้ ตั้งแต่ f/1.4 - f/4.0 ได้ไฟแฉกที่สวยงาม

  • - Main Camera 50MP | f/1.63 - 4.0 | LYT-900 1-inch | Laser & PDAF, OIS , ALD

  • - Telephoto 3.2x 50MP | f/1.8 | IMX858 | 1/2.51 | OIS | PDAF

  • - Telephoto 5x 50MP | f.2.5 | IMX858 | 1/2.51 | OIS | PDAF

  • - Ultra Wide Angle 50MP | f/2.2 | IMX858 | 1/2.76 | PDAF

  • - Front Camera 32MP | f/2.0 | OmniVision OV32B |1/3.14 | Fix-Focus

การ Co-Engineered กับ Leica ที่ลึก และยอดเยี่ยมกว่าเดิม

นอกจากการพัฒนาร่วม ในส่วนของตัวชิ้นเลนส์ และชุดกล้องร่วมกับ Leica แล้ว ใน Xiaomi 14 และ Xiaomi 14 Ultra ยังได้มีการอัพเกรดให้อิสระมากขึ้น จาก 2 Photography Style ดั้งเดิม ก็คือ " Leica Vibrant " และ " Leica Authentic "

เราสามารถที่จะ Custom Photography Style ของเราขึ้นมาเองได้ด้วย โดยที่ลึกในระดับที่ใกล้เคียงกับ การ Custom Picture Profile ในกล้องถ่ายภาพเลย ทำให้ผู้ใช้งานระดับโปรนั้น สามารถที่จะเข้าถึงอิสระในการปรับแต่ภาพได้หลากหลายกว่าใคร

กล้องหลัก 50MP ที่คมชัด เบลอหลังดี และ ปรับรูรับแสงได้

ส่วนของตัวกล้องหลัก แก้วขอพูดถึง Xiaomi 14 Ultra ก่อนเลยแล้วกัน เพราะนอกจากจะ Sensor LYT-900 ตัวล่าสุดจาก Sony แล้ว ทาง Xiaomi ยังได้ พัฒนาเทคโนโลยี การปรับค่ารูรับแสง หรือ Aperture Blade แบบ Physical แท้ ๆ ขึ้นมา ต่ำสุดอยู่ที่ f/1.63 เบลอหลังสวยมาก

ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เราควบคุมปริมาณแสงที่จะเข้ามาในภาพ เพื่อใช้ในการถ่าย Slow Shutter เพื่อสร้าง Motion สวย ๆ ไม่ว่าจะเป็น ถ่ายเส้นไฟรถวิ่งเวลากลางคืน ถ่ายพลุ หรือ ถ่ายน้ำตกให้ดูพริ้วไหว ไปจนถึงปรับช่วงความชัดให้มีความลึกขึ้น

อีกทั้ง เมื่อเราปรับ Aperture Blade ไปที่ f/4 เราสามารถถ่ายแฉกของไฟได้สวยงามอีกด้วย ทั้งจากดวงอาทิตย์ และแหล่งกำเนิดแสงยามค่ำคืน

ส่วนกล้องหลักของ Xiaomi 14 นั้น ถึงแม้ขนาด Sensor จะไม่ได้ใหญ่เท่ารุ่นพี่ และปรับรูรับแสงไม่ได้ แต่ชดเชยด้วยการมีระยะโฟกัสใกล้สุดที่มากกว่า เข้าใกล้วัตถุได้ดีกว่า และมีรูรับแสงที่กว้างถึง f/1.6 ทำให้การถ่ายภาพละลายฉากหลัง ทำได้ดีไม่แพ้รุ่นพี่เลย

และยิ่งเมื่อต้องเจอกับสภาพแสงที่มัน Challenge มาก ๆ หรืออยู่ในที่แสงน้อย การมีรูรับแสงที่กว้าง ช่วยให้เราไม่ต้องกังวลว่าจะเจอจุดรบกวนในภาพเลยครับ

กล้อง Telephoto 3.2x 50MP | ที่ อเนกประสงค์กว่าที่เคย

กล้อง Telephoto 3.2x ของ Xiaomi 14 และ Xiaomi 14 Ultra มี Focal length เท่ากันที่ 75mm แต่ว่ารุ่นพี่ จะมีค่ารูรับแสงที่กว้างกว่า และมี Sensor ที่คุณภาพสูงกว่า แต่สิ่งที่ทั้ง 2 รุ่นทำได้ดีเหมือนกัน ก็คือ การนำมาถ่ายภาพ Macro Photography

ในปีที่แล้ว Xiaomi 13 อาจจะมีกล้อง Telephoto 3x มาให้ก็จริง แต่ยังไม่มีเทคโนโลยี Floating Telephoto กับ Focal Shift ที่ช่วยปรับระยะโฟกัสใกล้สุด ให้ใกล้มากขึ้น แต่ในปีนี้ ไม่ว่าเราจะใช้รุ่นไหน ใน Xiaomi 14 Series เราถ่าย Macro ได้ดี ได้สนุกเหมือนกันหมด

ใครที่ชอบถ่ายดอกไม้ ถ่ายเครื่องประดับ ถ่ายแมลง ถูกใจเลนส์ระยะนี้แน่นอนครับ

นอกจากนั้น ใครที่เป็นสาย Street Photography , Urban Photography ถ่ายภาพตามชุมชน ตามย่านที่คนเยอะ ๆ เพื่อดึง Story ในภาพออกมา ระยะ Focal Length 75mm เป็นระยะที่ถ่ายภาพแนวนี้ได้ดีมาก ๆ เพราะมี Perspective ที่ตรง ไม่ต้องเข้าใกล้ Subject มากจนเกินไป

สำหรับ Telephoto 3.2x ใน Xiaomi 14 นั้น ในการ Zoom มากกว่าระยะ Optical ขึ้นไป สักประมาณ 10x หรือ 200mm คุณภาพยังเพียงพอต่อการใช้งานจริง สามารถนำไปถ่ายภาพทิวทัศน์ในระยะไกล ๆ ได้สบาย

บาง Shot เราเล็ง จัด Compose ไว้ แล้วรอให้มี Subject ที่น่าสนใจ เดินเข้ามาใน Scene กดถ่าย หรือเราอาจจะเสริม Mood ด้วยการหา Filter สวย ๆ ที่แฟน LEICA คงจะคุ้นเคยกัน อย่าง Leica Nat | Leica B&W

กล้อง Telephoto 5x 50MP | ระยะที่ใช้ง่าย และไกลเพียงพอ

ใน Xiaomi 14 Ultra นั้น เรามีกล้อง Telephoto มาให้ถึง 2 ระยะด้วยกัน ระยะแรกก็คือ Telephoto 3.2x ที่เราพูดถึงกันไปแล้ว อีกระยะหนึ่งก็คือ Telephoto 5x ที่มี Focal Length ที่ 120mm ซึ่งเป็นระยะที่ไกลขึ้นมากพอสมควร แต่ยังคงความใช้งานง่าย และ อเนกประสงค์เอาไว้ได้อยู่

เราสามารถ นำไปถ่ายภาพ Landscape , Cityscape ในระยะไกล ๆ ได้ดีเหมือนเดิม และได้มุมมองที่แปลกตา จริง ๆ ถือว่าเป็นระยะที่เหมาะกับการถ่าย สถาปัตยกรรมมาก ๆ

จัด Frame ภาพง่าย ให้ Detail ที่ดี มี Perspective ของภาพที่ตรง ไม่ต้องมาดัดเส้นตึกทีหลัง

สามารถ Zoom เหนือกว่าระยะ Optical เข้าไปได้ไกล โดยมีระยะหวังผลที่ประมาณ 30x - 40x โดยที่ไม่สูญเสียรายละเอียดมากเกินไป

นอกจากนั้น ด้วยความที่มี Sensor ขนาดใหญ่ และ รูรับแสงที่กว้างเป็นอันดับต้น ๆ ของ กล้อง Telephoto 5x ในตลาด Smartphone ทำให้ความสามารถในการใช้งานเวลาต้องถ่ายภาพในที่มืด หรือแสงน้อย ดีไม่แพ้กับกล้องตัวอื่น ๆ เลย

นอกจากนั้น พอมีรูรับแสงกว้าง มี Sensor ที่ใหญ่ กล้อง 5x ตัวนี้มี Depth of field หรือการละลายฉากหลังได้ดีพอสมควร ภาพที่ถ่ายออกมา ก็จะดูมีมิติมากขึ้นด้วย จะเอามาใช้เบลอหลัง หรือนำมาสร้าง Foreground สวย ๆ ก็ทำได้ไม่ยาก

กล้อง Ultra Wide Angle 50MP | กว้างสะใจ รายละเอียดอัดแน่น

อีกหนึ่งกล้องที่หลายคน ที่เป็นสายท่องเที่ยว ชอบถ่ายทิวทัศน์กว้าง ๆ ให้ความสำคัญอยู่เสมอ ก็คือ กล้อง Ultra Wide Angle นั่นเอง โดย Xiaomi 14 Series ทั้ง 2 รุ่นนั้น ได้ให้ Sensor เป็น High Resolution 50MP เท่ากันทั้งคู่ ของ Xiaomi 14 จะเป็น ISOCELLL JN1 และ Xiaomi 14 Ultra จะเป็น IMX858

กล้อง Ultra Wide Angle ของ Xiaomi 14 นั้น มีองศาในการรับภาพที่ไม่ได้กว้างเท่ากับรุ่นพี่ อยู่ที่ประมาณ 115 ํ แต่สิ่งที่เขาทำได้ดีก็คือ การจัดการ Distortion อาการบิดเบี้ยวตามขอบภาพ น้อยมาก ๆ

เวลาถ่ายภาพย้อนแสง ก็ไม่มี Chromatic Abberation หรืออาการขอบเขียว เขียวม่วง มาให้รำคาญใจถ่ายเพลิน ถ่ายสนุกมาก

ส่วนกล้อง Ultra Wide Angle ใน Xiaomi 14 Ultra นั้น โดดเด่นด้วย องศาในการรับภาพที่กว้าง เป็นอันดับต้น ๆ ของตลาด มีองศาในการรับภาพ 122 ํ พร้อม รูรับแสงที่กว้าง และมี Auto Focus ทำให้มีความอเนกประสงค์ในการใช้งานมากขึ้น

แน่นอนว่า นำไปถ่ายภาพ Landscape หรือตึกสวย ๆ ได้อลังการกว่ารุ่นน้องอยู่แล้ว

หรือจะใช้ เป็นกล้องในการ Vlog เพื่อถ่ายตัวเองก็ได้ มีองศาในการรับภาพที่กว้าง และจับโฟกัสแม่น หน้าไม่เบลอแน่นอน และ Sensor ที่ใหญ่ รูรับแสงที่กว้าง ช่วยให้ตอนถ่ายภาพกลางคืน ได้ไฟล์ที่คมชัด จุดรบกวนต่ำ

LEICA MASTER LENS SYSTEM | MASTER PORTRAIT

อีกหนึ่งจุดเด่น ของ Xiaomi 14 Series ก็คือการถ่ายภาพ Portrait โดยเราสามารถใช้งานได้ 2 Style ก็คือ Leica Portrait ที่จะมีการนำโทนสีของ Leica ที่จะมี Contrast ที่เข้มสวย ให้รายละเอียดของ Skintone ที่ตรงกับความเป็นจริงมากสุด

โดยเราสามารถใช้งานร่วมกับ LEICA MASTER LENS SYSTEM ที่นำเอกลักษณ์ของ Bokeh Effect มาจากเลนส์ Leica 3 รูปแบบ ดังนี้

  • Documentary | 35mm | องศารับภาพกว้าง เล่าเรื่องราวของสิ่งรอบข้างได้ง่าย

  • Swirly Bokeh | 50mm | ระยะกำลังดี Bokeh หมุนสวย มีเอกลักษณ์

  • Portrait | 75mm | ตัวแบบโดดเด่น ฉากหลังละลายสวย

  • Soft Focus | 90mm | เน้นฟีลลิ่ง มีความฟุ้ง นุ่มนวล ชวนฝัน

และ Mode ใหม่ อย่าง Master Portrait ที่มีการนำ AI มาช่วยปรับแต่ง Skintone ให้มีความใสมากขึ้น รายละเอียดในส่วนเงาถูกเปิดขึ้นมามากขึ้น และช่วยเกลี่ยความเรียบเนียนของผิว ลบริ้วรอยให้อัตโนมัติ ในระดับที่กำลังพอดี คงความสมจริงเอาไว้

พอเอาภาพมาวางคู่กัน เราก็รู้สึกแหละว่า มันก็สวยทั้งสอง Style แค่อาจจะใช้ในต่างโอกาส เท่านั้นเอง

ULTRA RAW | RAW File ที่ Set มาตรฐานใหม่ให้วงการ

จริง ๆ แล้ว RAW File ในรูปแบบ Computational RAW หรือ RAW File ที่นำ Software และ AI มาช่วยเสริมคุณภาพ ให้ได้ไฟล์ที่ใสขึ้น ช่วง Dynamic Range ที่กว้างขึ้น แต่ Ultra Raw จาก Xiaomi 14 Series ได้ไปอีกระดับหนึ่งแล้ว

โดย Ultra RAW ในกล้องหลักของ Xiaomi 14 Ultra นั้น จะมีช่วง Dynamic Range กว้างถึง 14 stop และ ช่วงรายละเอียดสี ที่มากถึง 16-bit โดยที่ Ultra Raw ในกล้องตัวอื่น ๆ Dynamic range จะอยู่ที่ 12 stop แต่มีช่วงรายละเอียดสีที่กว้างเท่ากัน ซึ่งก็ถือว่าเยอะมากกว่าเรือธงหลาย ๆ ตัวในปีนี้แล้ว

ความยืดหยุ่นเวลานำมาใช้งานจริงนั้น ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง เราสามารถลากไฟล์ RAW ใส่ Program อย่าง Adobe Lightroom แล้วตัว Metadata ไปจนถึง Lens Profile ก็จะขึ้นมาให้เลย แก้ Distortion ง่าย ลบ Chromatic Abberation ก็ง่าย นี่คือความดีงามจากการที่ Xiaomi ไปร่วมมือพัฒนาไฟล์นี้กับ Adobe ครับ

ใครที่รู้ตัวว่า ตัวเองเป็นสาย Pro ต้องการคุณภาพไฟล์ในระดับสูงสุดอยู่เสมอ ฝึกใช้ Ultra RAW บ่อย ๆ นะครับ

DESIGN เครื่องสวยงาม และ จับถือได้ถนัดทุกครั้งที่ลั่นชัตเตอร์

นี่อาจจะเป็นสิ่งที่หลายคน ที่ต้องการสมาร์ทโฟนกล้องดี ๆ มองข้ามไป ก็คือ Design ตัวเครื่อง และการจับถือ ในหลาย ๆ สถานการณ์ ต่อให้จะมีกล้องถ่ายภาพที่ดีแค่ไหน แต่หากไม่สามารถจับถือได้ถนัด หยิบขึ้นมาจัด Frame ภาพได้รวดเร็ว โอกาสที่จะพลาด Shot สำคัญก็เกิดขึ้นได้เหมือนกัน

Xiaomi 14 แก้วตั้งชื่อเล่นให้เขาว่า " The Little Giant " เพราะขนาดตัวเครื่องที่ Compact มาก ๆ แค่ 6.36 นิ้วเท่านั้น มาพร้อมกับ Frame ตัวเครื่องแบบ Flat ใช้วัสดุเป็น Aluminium ทำสีแบบเงา ฝาหลังเป็นกระจก และน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 193g ทำให้ Grip ในการจับถือ ไม่ว่าจะใช้งานในรูปแบบไหนก็แล้วแต่ ทำได้อย่างยอดเยี่ยม สบายมือเวลาใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน

และ Xiaomi 14 Ultra สุดหล่อของเรา เอาจริง ๆ สำหรับแก้ว เวลาจับถือใช้งานเขาให้ฟีลลิ่ง เหมือนใช้งานกล้องถ่ายภาพจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Design Module กล้องแบบกลม อันเป็นเอกลัษณ์ พร้อมการจัดวางสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเครื่อง แบบ สมมาตร วัสดุฝาหลังเป็นหนังเทียม ที่ Texture คล้ายกับหนังบนบอดี้กล้องถ่ายภาพ และ Frame ตัวเครื่องแบบ Aluminium ทำสีด้าน ภาพรวมของ Xiaomi 14 Ultra จึงเหมือนกับกล้อง Premium Compact ดี ๆ ตัวหนึ่ง

ยิ่งเวลาใส่กับ Photography kit แล้ว ยิ่งให้ฟีลความเป็นกล้อง และดูหล่อขึ้นไปอีกระดับหนึ่งเลยครับ

หน้าจอที่สว่างสู้แสงแดดในไทยได้สบาย

การถ่ายภาพกลางแจ้ง ในช่วงเวลาที่แดดแรง ๆ นั้น เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราคงไม่สามารถจะเลี่ยงได้ เพราะว่าประเทศไทยของเรานี่ก็ร้อนขึ้นทุกวัน แต่ไม่ใช่ อุปสรรคกับ Xiaomi 14 Series เพราะทั้งสองรุ่น ใช้ Panel หน้าจอแบบ LTPO AMOLED ที่มี Peak brightness สูงถึง 3000nit และ Typical Brightness ที่ 1000nits

ขับเคลื่อนด้วย Chipset ทุกคนไว้ใจ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า Chipset ของสมาร์ทโฟนเรือธงของฝั่ง Android ที่ทุกคนไว้ใจมากที่สุด ก็คงจะไม่พ้น Qualcomm Snapdragon กันอยู่แล้ว ซึ่ง Xiaomi 14 Series ทั้ง 2 ตัวนั้น ใช้ Snapdragon 8 gen 3 ที่เป็นรุ่นสูงสุด และใหม่สุด ในช่วงครึ่งปีแรกนี้แล้ว การใช้งานทั่วไป ไปจนถึงการประมวลผลภาพถ่าย แม่นยำ และรวดเร็ว ไว้ใจได้ในทุกสถานการณ์เลยครับ

ราคาวางจำหน่าย

Xiaomi 14 | 12GB + 512GB : 29,990 บาท

Xiaomi 14 Ultra | 16GB + 512GB : 40,990 บาท

VIDEO REVIEW XIAOMI 14 ULTRA
OVERVIEW & OPINION

สำหรับแก้วแล้ว Xiaomi 14 Series เป็นตัวเลือกที่ดี สำหรับคนรักการถ่ายภาพทั้งคู่ อยู่ที่ว่าเรา Happy จะใช้ตัวเครื่องที่มีขนาดใหญ่มากน้อยแค่ไหน และ ต้องการใช้งานกล้อง ในระยะที่ครอบคลุมไกลสุด ที่เท่าไหร่ Hardware ของ Sensor และระยะเลนส์ ให้มาเพียงพอทั้งคู่

ฟีเจอร์การใช้งานกล้อง ที่แทบจะเหมือนกัน 100% ต่างกันแค่เพียง Hardware เท่านั้น ทำให้ผู้ใช้งาน รู้สึกถึง อิสระในการจะ Custom โทนภาพได้ และมีตัวช่วย อำนวยความสะดวกที่เยอะพอ ๆ กัน เป็นสิ่งที่ดี ที่ทาง Xiaomi ไม่ได้พยายามจะสงวนทุกอย่างไว้ที่รุ่นท็อปสุดเพียงอย่างเดียว เหมือนกับแบรนด์อื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม ถึงหลายอย่างจะให้มาใกล้เคียงกัน แต่ใครที่ต้องการ ประสบการณ์การถ่ายภาพที่สุดยอด และหาไม่ได้จากแบรนด์อื่น ๆ Xiaomi 14 Ultra คือตัวเลือกที่แก้วแนะนำจริง ๆ อยากให้ได้สัมผัสกันสักครั้งครับ

--------------------------------------------------

อ่านรีวิวอื่นๆ ของ โมบายโฟโตกราฟเฟอร์


0 ความคิดเห็น

Comentários


bottom of page